สยองฆ่าตัดคอสาวยัดถุงดำ ทิ้งริมถนนย่านมีนบุรี

สยอง!ฆ่าตัดหัว ‘สาวผมแดง’ ยัดกระเป๋าทิ้งข้างถนนย่านมีนบุรี ผงะถูกนำมาโยนทิ้งหลายวันแต่เพิ่งมีผู้พบ

ตำรวจนครบาลมีนบุรี พร้อมด้วย อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมตรวจสอบในจุดเกิดเหตุ ภายในซอย คลองสามวา เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานครหลังได้รับแจ้งจากประชาชน ว่า พบวัตถุต้องสงสัย อยู่ภายในกระเป๋าสงกลิ่นเหม็นเน่า

เมื่อเปิดออกพบพบถุงดำห่อหุ้มอีกหนึ่งชั้น เมื่อแกะถุงดำออกก็ต้องผงะ เมื่อพบชิ้นส่วนศรีษะมนุษย์ บรรจุอยู่ภายใน และห่างจากจุดแรก ยังพบกลิ่นเห็นใกล้ๆกัน ห่างออกไปประมาณ 5-6 เมตร พบกระสอบ 2 กระสอบ ถูกทิ้งไว้ในพงหญ้า ซึ่งคาดว่า หน้าจะเป็นชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ ทั้งนี้ระหว่างรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวชเดินทางมาตรวจสอบ

ขณะที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน มาถึงที่เกิดเหตุจึงเริ่มกั้นบริเวณจุดเกิดเหตุโดยเริ่มตรวจสอบจากกระเป๋าใบแรก พบ ภายในมีชิ้นส่วนศรีษะของมนุษย์โดยมีลักษณะเป็นหญิงผมยาว และ ภายในบรรจุเสื้อผ้าชุดสตรีและชุดชั้นในสตรี หลังจากตรวจกระเป๋าใบแรกเสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน จึงเริ่มตรวจกระสอบใบที่2ต่อมา ซึ่ง อยู่ห่างออกไปประมาณ 5 เมตรโดยแต่ละสอบดังกล่าวบรรจุชิ้นส่วนมนุษย์ช่วงลำตัว หลักจากนั่นเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และอาสาสมัครมูลนิธิร่มไทร จึงออกกระจายกำลังออกค้นหา สิ่งที่คาดว่าจะบรรจุชิ้นส่วนมนุษย์ในส่วนต่างๆซึ่งกระจัดกระจายนำมาทิ้งไม่ห่างจากชิ้นแรกเท่าไหร่ จนเกือบครบ ทุกชิ้นส่วน กระทั้งเวลา 03:50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี จึงยุติการค้นหา เนื่องจากสถานทีเกิดเหตุมืดและเป็นป่าหญ้ารกทึบ ซึ่ง ณ.เวลาทียุติการค้นหา ยังขาดชิ้นส่วน แขนท่อนร่างจากข้อศอกจนถึงข้อมือ ของแขนทั้งสองข้าง โดนคาดว่าในตอนเจ้า เจ้าหน้าจะออกค้นหาใหม่อีกครั้ง

และในการสอบถามพยานที่เกิดเหตุ นายรัฐศาสตร์ คมขำ อาสาสมัครมูลนิธิร่มไทร รหัสเรียกขาน V15 ซึ่งมีบ้านพักอาศัย อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุดังกล่าว ได้ให้การว่า ได้พบเห็นกระเป๋าดังกล่าว ตั้งอยู่ข้างทาง ประมาณ3-4 วันมาแล้ว โดนเขามักออกกำลังกายโดนการวิ่ง และได้วิ่งผ่านจุดดังกล่าว สังเกตเห็นกระเป๋าดังกล่าวตั้งอยู่ ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร พอผ่านมาวัน2วันเริ่มมีกลิ่นเหม็นผิดปรกติ จึงชวนวินรถจักรยานยนต์ซึ่งรู้จักกัน มาช่วยกันเปิดดู พอเปิดก็พบชิ้นส่วนมนุษย์ดังกล่าว ตนเองเป็นอาสาสมัครกู้ภัยจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาร่วมตรวจสอบด้วย