อาชญากรรม

ยกมือขอโทษสังคม “พีท” รับกุเรื่องหวย 90 ล้าน

“พีท พ่อค้าหวย 90 ล้าน” ยกมือขอโทษสังคม ยอมรับกุเรื่องคนถูกหวย 90 ล้าน ระบุเป็นเรื่องหยอกล้อกันในกลุ่ม

นาย ธนวรรธน์ คำแหงผล หรือ พีท พ่อค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาเอกชัย ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ที่หลอกหลวงประชาชนด้วยการ ตัดต่อตัดต่อสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมกุเรื่องว่ามีผู้ถูกรางวัลดังกล่าวมูลค่ารวม 90 ล้านบาท ถูกตำรวจชุดสืบสวน กองบังคับการจังหวัดสมุทรสาคร คุมตัวมาที่ สภ.โคกขาม เพื่อดำเนินการสอบปากคำ

เมื่อนายพีท เดินทางมาถึงที่ สภ.โคกขามและพบกับ สื่อมวลชนที่เดินทางมาเฝ้าติดตามและเกาะติดสถานการณ์ นายพีท ได้อมยิ้ม แต่แววตาแฝงไปด้วยความตึงเครียด และพยายามเดินก้มหน้าโดยไม่ยอมพูดคุย หรือตอบคำถามใดของสื่อมวลชน ก่อนที่ตำรวชุดสืบสวนจะควบคุมตัว เข้าห้องสอบปากคำ

หลังจากนั้น ตำรวจได้มีการตั้งโต๊ะแถลง โดยนายพีท ได้ยกมือขอโทษสังคมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเริ่มแรกไม่คิดว่าเรื่องราวจะบานปลาย เพราะต้องการทำเล่นกับเพื่อนโดยส่งต่อกันในกลุ่มไลน์ ซึ่งส่วนตัวไม่ทราบว่าเหตุใด ภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ทำการตัดต่อ ถึงถูกเผยแพร่ออกไปยังสื่อโซเชียลได้

และเมื่อมีข่าวเผยแพร่ออกไปทำให้ตนเองต้องปล่อยให้เป็นไปตามสถานการณ์ แต่ก็คิดว่าจะออกมาสารภาพความจริง เพราะตนเองรู้สึกผิด ที่มีประชาชนจำนวนมากต้องเสียค่าน้ำมันรถเพื่อเดินทางมาซื้อสลากยังแผงของตนเอง ส่วนวันที่ได้มาออกรายการโทรทัศน์ของทีวีช่องหนึ่งนั้น ที่มีการหันหลังให้กล้องแล้วร้องไห้นั้น ส่วนตัวตนก็มีความรู้สึกสับสนเพราะว่าส่วนตัวก็รู้สึกผิดที่ไปออกรายการ และไปหลอกประชาชน

ทั้งนี้ นายพีท กล่าวทั้งน้ำตาว่า จากนี้ไปตนเองก็จะยังคงเดินหน้าขายสลากต่อไป แม้ว่าจะไม่ได้ขายที่แผงและต้องเดินเท้าเพื่อขายก็ตาม โดยตนเองต้องขอฝากขอโทษไปยังกลุ่มผู้ค้าสลากรายอื่น ๆ ด้วย ที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

ด้าน พล.ต.ต. มานะ อินพิทักษ์ ผู้บังคับการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ตำรวจได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับนายธนวรรธน์ 3 ข้อหา คือ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, ข้อหาฉ้อโกงประชาชน และ ข้อหาขายสลากเกินราคา ส่วนข้อหาปลอมแปลงเอกสารทางราชการ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลหลักฐาน จากทางกองสลากฯ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีอำนาจควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ 48 ชั่วโมง ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขัง