ผอ.เขตบางรัก สั่งฟันวิศวกรคุมงานรับเหมาทำเครนล้มทับเสาไฟฟ้า เจ็บ 3 [คลิป]

14 ก.ย. 2561 เวลา 5:16 น.

ผู้อำนวยการเขตบางรัก สั่งดำเนินคดีกับวิศวกรควบคุมการก่อสร้างเสาไฟฟ้า ในซอยศาลาแดง 2 ข้อหา พร้อมให้ชดใช้ค่าเสียหายให้บ้านเรือนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ

จากเหตุการณ์ เครนก่อสร้างล้มทับเสาไฟฟ้า ภายในซอยศาลาแดง ตามที่เสนอไปแล้วนั้น (เครนล้มทับเสาไฟฟ้า! เจ็บ 1 ราย ซอยศาลาแดง) ล่าสุด พบว่าเครที่ล้ม มาจากสถานที่ก่อสร้างอาคาร 6 ชั้น ซึ่งเป็นของบริษัทเกียรติประเสริฐการช่าง และมีการติดตั้งเครนในพื้นที่ก่อสร้างเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา

และจากการตรวจสอบพบว่า เครนดังกล่าว ได้ล้มทับสายไฟแรงสูง ทำให้เสาไฟฟ้าจำนวน 10 ต้น ล้มขวางถนน และยังล้มทับรถยนต์ ฮอนด้าบรีโอ ฮอนด้าซิตี้ และฮอนด้าซีวิค รถของดาราสาว นางสาวณัฎฐริณีย์ กรรณสูต หรือ มิ้งค์ จำนวน 4 คัน มีผู้บาดเจ็บ 3 คน ได้แก่ นายสัญญา ศูนย์กลาง วินรถจักรยานยนต์ บาดเจ็บบริเวณแขนซ้าย , นายพีรวิชญ์ อุดมพานิชย์ และนางผ่องพรรณ ไชยอนันต์

ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าเครนค่อยๆ ล้มลงมาเกี่ยวสายไฟมาพาดตัวเอง ก่อนที่เครนจะล้มมาทับรถยนต์ ตามมาด้วยเสาไฟฟ้าล้มและเสียงหม้อแปลงระเบิดอย่างดัง ตนเองตกใจกลัวมาก

ด้านนางสาวณัฎฐริณีย์ ซึ่งพักอาศัยอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุและเป็นเจ้าของรถที่ได้รับความเสียหาย เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 9.00 น. ขณะพักผ่อนอยู่ในห้องพักได้ยินเสียงดังมากจึงเปิดม่านออกมาดู พบปลายเครนพาดมาถึงตัวตึกตรงข้ามบ้านของตนจึงรีบมาดูรถที่จอดไว้หน้าบ้าน ก่อนจะพบว่ารถยนต์ได้รับความเสียหาย ก้อนอิฐขนาดใหญ่หล่นลงมาบนหลังคารถและกระจกด้านหลัง

นางสาวภัคภร สงวนศักดิ์ ผู้อำนวยการเขตบางรัก เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้แจ้งดำเนินคดีกับวิศวกรควบคุมการก่อสร้างในความผิดอาญา ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และทางกรุงเทพมหานครจะเรียกค่าเสียหายจากต้นไม้หักโค่น 5 ต้น ฟุตบาธ 2 ข้างทาง ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอาคารบ้านเรือน รถยนต์ และผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจรชั่วคราวบริเวณในซอย พร้อมประสานงาน เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าตัดไฟ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการยกเสาไฟฟ้าที่ขวางถนนและตัวเครนออกนอกพื้นที่ เบื้องต้น จากการสอบสวนสาเหตุพบว่าฐานของเครนไม่แข็งแรง

ทั้งนี้ ทางกรุงเทพมหานคร กำชับมาตรการติดตั้งเครนในพื้นที่ก่อสร้างที่อยู่ในจุดชุมชน เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น