กลับคำให้การ ป๋านัส - ป๋าต้น คนเชียร์แขกวิคตอเรียขอสู้คดี ศาลนัดไต่สวน 8 ต.ค.นี้

19 ก.ย. 2561 เวลา 4:45 น.

2 ป๋า เชียร์แขก อาบอบนวดวิคตอเรียกลับคำให้การ ขอสู้คดี อ้างไม่รู้มีผู้หญิง อายุ 14 ปีและต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาทำงาน ศาลนัดไต่สวนหลักฐานใหม่ อีกครั้ง 8 ต.ค.นี้

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัว นายมนัส อ่วมทับ หรือ ป๋านัส จำเลยที่ 4 และ นายสมชาย แสงอุดม หรือ ป๋าต้น จำเลยที่ 6 ในคดีค้ามนุษย์ในสถานอาบอบนวดวิคตรอเรียซีเครต จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มาศาลอาญา รัชดาภิเษก เพื่อฟังคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 1 เป็น โจทก์ฟ้องนายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย หรือ ป๋าติ๊ก กับพวกรวม 10 ราย เป็นจำเลย ฐานร่วมกันค้ามนุษย์ใน สถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท ย่านถนนพระราม 9 เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2561 โดยจำเลยได้สมคบกันวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำเป็นธุระจัดหาพาหญิงสาวชาวเมียนมาร์ 8 คน และหญิงชาวไทย 1 คน อายุระหว่าง 15 - 17 ปี มาค้าประเวณีที่สถานอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเคร็ต ถ.พระรามเก้า แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม.โดยมีนายมนัส อ่วมทับ หรือป๋านัส อายุ 48 ปี จำเลยที่ 4 และนายสมชายแสงอุดม หรือป๋าต้น อายุ 52 ปี จำเลยที่ 6 รับหน้าที่เป็นพนักงานเชียร์แขก

ซึ่งคดีนี้ศาลพิพากษาจำเลยแล้ว รวม 8 ราย คงเหลือจำเลย 2 คน คือ นายมนัส และ นายสมชาย รับสารภาพเป็นคนเชียร์แขก

เมื่อถึงเวลา ณ ห้องพิจารณาคดี 709 ทนายจำเลยแถลงต่อศาล ว่า จำเลยทั้งสองขอกลับคำให้การเดิมจากรับสารภาพ ขอต่อสู้คดีในเรื่องค้ามนุษย์ เนื่องจากจำเลยอ้างไม่รู้ว่า มีผู้หญิง อายุ 14 ปีและต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาทำงานในอาบอบนวดวิคตอเรีย

ศาลพิจารณาแล้วให้โอกาสจำเลยต่อสู้คดี ในเรื่องการพิจสูจน์อายุของหญิงที่มาทำงาน ว่าอายุไม่เกิน 18 หรือไม่ โดยให้นำพยานมาไต่สวนยืนยัน จึงเห็นควรให้ถอนคำให้การเดิมที่ให้การรับสารภาพ จึงนัดพร้อมคู่ความ 8 ตุลาคม นี้ เวลา 09.00 น.

สำหรับสำนวนที่เกี่ยวข้อง กับคดีดังกล่าว 2 สำนวน นั้นแบ่งเป็น สำนวนที่ นายบุญเฉลียว หรือเอส จันทร์พิมพ์ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเพียงผู้ขี่วินรถจักรยานยนต์ รับส่งผู้เสียหายระหว่างแมนชั่นที่พักกับที่ทำงานสถานอาบอบนวดโดยไม่ทราบว่าผู้เสียหายนั้นมีอายุเท่าใด และจำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเป็นธุระจัดหาค้าประเวณี คดีนี้ศาลยกฟ้อง

ส่วน นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือป๋ากบ อายุ 55 ปี จำเลยที่ 2 , นายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย หรือป๋าติ๊กอายุ 67 ปี ในฐานะผู้มีอำนาจบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดการสถานบริการ ผู้จัดการสถานบริการ อาบอบนวด วิคตอเรียซีเครทจำเลยที่ 3 นั้นให้จำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน ฐานร่วมเป็นเจ้าของหรือควบคุมค้าประเวณีเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปีสำหรับ น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ จำเลยที่ 4 ในฐานะผู้มีอำนาจเป็นหุ้นส่วน ในห้างหุ้นส่วนจำกัด(หจก.) อมรินทร์ ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการนั้น ศาลพิพากษามีความผิด แต่ให้ลงโทษสถานเบาเนื่องจากเป็นการกระทำโดยส่วนตัวไม่ใช่โดย หจก.ให้จำคุก 8 เดือน และให้ยกฟ้องหจก. อมรินทร์ ออนเซน จำเลยที่ 5 ให้จำคุก 6 ปี นายเดชา หรือหนู สิงห์สาครเดชา จำเลยที่ 6 ซึ่งได้ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี โดยจำเลยเป็นขับรถกระบะพาเด็กสาวผู้เสียหายที่ถูกส่งตัวจาก กทม.ไป อ.สะเดา จ.สงขลา ไปค้าประเวณียังประเทศมาเลเซีย ศาลให้ยกฟ้องข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์จำเลยทั้งหมด เพราะพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอฟังให้ลงโทษได้

ขณะที่สำนวนที่ 2 ซึ่งอัยการโจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ร่วมกระทำผิดต่อเด็กสาวอายุกว่า 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปีนั้น ศาลมีคำพิพากษาว่า นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ จำเลยที่ 1 , นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2 , นายชัยณรงค์ หรือป๋าสง่า จำเลยที่ 3 , นายเอกณพัชร์ จารุวัฒน์ปฐมกุล หรือพี่ป๊อป อายุ 29 ปี มีความผิดเป็นธุระจัดหาฯ จำคุกคนละ 15 ปี 12 เดือน อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมโทษจำคุก นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ กับนายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ ทั้ง 2 สำนวนแล้ว คงจำคุกทั้งสิ้นคนละ 18 ปี 16 เดือน

ส่วนน.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ จำเลยที่ 4 ในฐานะผู้มีอำนาจเป็นหุ้นส่วน ในหจก. อมรินทร์ ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการ จำเลยที่ 6 ให้จำคุก 7 ปี 6 เดือนทั้งนี้เมื่อรวมจำคุกทั้ง 2 สำนวนแล้ว รวมจำคุก น.ส.ศศิธร 7 ปี 14 เดือน โดยให้ยกฟ้องหจก.อมรินทร์ ออนเซน จำเลยที่ 5 กับบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด จำเลยที่ 7 ที่เป็นเพียงนิติบุคคลเรื่องการเช่าสถานที่ และให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมดในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด