“อัจฉริยะ” แฉอีกมีตำรวจยศ พ.ต.อ. เอี่ยวช่วย “เอมี่” พ้นคดี จ่อทิ้งไพ่ตาย

24 ก.ย. 2561 เวลา 3:46 น.

“อัจฉริยะ” เผยมีหลักฐาน การวิ่งเต้นคดี เป็น "กุ้งมังกร" ตัวละ 5 หมื่นบาท เตรียมทิ้งไพ่ตาย

เมื่อคืนที่ผ่านมา (23 ก.ย.) เวลา 20.00 น. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เฟซบุ๊กไลฟ์ พร้อมพูดถึงคดียาเสพติดของ นางสาวอาเมเรีย จาคอป หรือเอมี่ โดยอ้างว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐช่วยเหลือให้เจ้าตัวพ้นคดีร่วมกันค้ายาเสพติด และกลายเป็นเพียงผู้เสพยาเท่านั้น ซึ่งมีโทษเบากว่า

พร้อมกันนี้ นายอัจฉริยะ ยังอ้างว่ามีพยานหลักฐานเป็น กุ้งมังกรตัวละ 5 หมื่น เป็นไพ่ใบสุดท้าย ที่จะเอามาเปิดเผย เพราะกำความลับของคนรูปหล่อ ที่เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ นำเอกสารลับมาให้คนรูปหล่อ ซึ่งกุ้งมังกรแอบถ่ายคลิปไว้และมีการตกลงทำสัญญาบางอย่างที่วัดท่าไม้

ขณะเดียวกัน นายอัจฉริยะ ยังยืนยันว่า สิ่งที่ทำไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นการชวนประชาชนออกมาต่อต้านยาเรื่องยาเสพติด การทุจริตวงราชการ และการวิ่งเต้นคดี โดยเรื่องนี้เป็นการร้องเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่ทนาย ขออย่าร้อนตัว

และในเร็ววันนี้ นายอัจฉริยะ จะไป พบตำรวจเพื่อ แสดงความบริสุทธิ์ใจ และใน 3 วันนี้จะเห็นอะไรอีกเยอะเกี่ยวกับคดีนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นพร้อมรับผิดชอบ โดยเชื่อว่าผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และพล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จะตรวจเจอความผิดปกติแน่นอน และเชื่อว่าอัยการสูงสุดคนปัจจุบัน จะทำความจริงให้ปรากฎ โดยเฉพาะสาเหตุที่อัยการฟ้องคดีดาราสาววันสุดท้าย และพนักงานสอบสวนไม่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพราะคำเบิกความตำรวจ 3 นาย ขัดแย้งกันเองจนทำให้ดาราสาวหลุดคดีได้ มั่นใจว่าพยานหลักฐานที่เก็บมา 1 เดือน มีข้อพิรุธน่าสงสัยมาก

“ผมเชื่อว่า พล.ต.ท.ชาญเทพ จะทำความจริงให้ปรากฎ ขอวิงวอนรัฐบาล แม้ทำคดีนี้แล้วจะถูกยิงตายเหมือนหมาข้างถนน หรือจะเกิดอะไรขึ้น ผมพร้อมที่จะสละชีวิต ถ้าทำความจริงเรื่องคดียาเสพติดให้ปรากฎได้ ผมก็ยินดีที่จะเสียสละ”

และในวันนี้ (24 ก.ย.) นายอัจฉริยะ ได้เดินทางมาที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล  เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมและมอบหลักฐานเรื่องขบวนการวิ่งเต้นคดีให้ ส่วนตำรวจจะดำเนินคดีอย่างไรต้องให้เวลาทำงาน พร้อมกันนี้จะเดินทางไปร้องกับอัยการสูงสุดขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมในการพิจารณาคดีนั้น เพื่อมอบหลักฐานที่ตนเองมี ซึ่งเชื่อมโยงถึงอัยการด้วย รวมถึงขบวนการนี้ มีทั้งข้าราชการและพลเรือน รวมถึงบุคคลที่แอบอ้างตัวเป็นอัยการ ให้อธิบดีอัยการพิจารณา