ปปป.ลุยทำคดีเงินทอนวัด เฟส 4 พบ 44 วัดถูกเรียกเงินคืน

ปปป.เตรียมส่งข้อมูลคดีเงินทอดวัดเฟส 3 ให้อัยการ พบมี 9 วัดกระทำผิด พร้อมเดินหน้าเฟส 4 หลังพบ 44 วัดถูกสำนักพุทธเรียกเงินคืน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ส่งสำนวนคดีทุจริตเงินทอนวัด เฟส 3 กลับมาให้กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ หรือ ปปป.และกองปราบปราม ทำคดีต่อ จากนั้น ปปป.และกองปราบ หอบสำนวนคดีเงินทอนวัด เข้าหารืออธิบดีสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต เพื่อให้อัยการสั่งฟ้อง โดยนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า วันนี้ยังไม่เป็นการส่งสำนวน เพียงแต่มาหารือในเรื่องของความสมบูรณ์ทางคดีเบื้องต้น เนื่องจากสัปดาห์หน้าจะมีการสับเปลี่ยนตำแหน่งอธิบดีอัยการปราบปรามการทุจริต

ด้าน พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ รองผู้บังคับการ ปปป. กล่าวว่า เบื้องต้นสำนวนคดีทั้งหมดประกอบด้วยสำนวนจาก บก.ปปป. ทั้งหมด 12 วัด 9 สำนวน ส่วนสำนวนของกองปราบ มีทั้งหมด 3 วัด รวม 4 สำนวน และขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการด้านเอกสารยังไม่แล้วเสร็จ

ล่าสุด พลตำรวจตรีประเสริฐ พัฒนาดี รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนทั้ง 5 สำนวน เตรียมส่งข้อมูลให้อัยการ หลังพบวัดที่กระทำความผิดเพิ่มเป็น 9 วัด จำนวน 5 คดี สำหรับคดีทุจริตเงินทอนวัด เฟส 3 ที่รับเรื่องจาก ป.ป.ช. กลับมาดำเนินการทั้ง 10 วัด กองบังคับการปราบปราม ถือสำนวน 3 วัดของกรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ และจะเดินหน้าทำเฟส 4 หลังพบวัดที่เจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ โอนเงินงบประมาณให้และเรียกเงินทอนคืนกว่า 44 วัด มูลค่าความเสียหาย ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน สามารถสรุปจบเฟส 4 และนำเรียนผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตรวจสอบพิจารณาเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษต่อไป