รวบทหารจอมตุ๋ย หลังพ่อแม่สุดทนร้องบิ๊กโจ๊ก แฉเลือกเหยื่อผ่านแอพชาวสีม่วง หนำซ้ำพบตารางรายชื่อเหยื่อที่ร่วมเพศ และยาต้านไวรัสในคอนโซลรถ เจ้าตัวรับติดเชื้อเอชไอวี

อึ้ง ! รวบทหารหลอกเด็กชายร่วมเพศ มีเชื้อ HIV พบมีเหยื่อร่วมร้อยคน

รวบทหารจอมตุ๋ย หลังพ่อแม่สุดทนร้องบิ๊กโจ๊ก แฉเลือกเหยื่อผ่านแอพชาวสีม่วง หนำซ้ำพบตารางรายชื่อเหยื่อที่ร่วมเพศ และยาต้านไวรัสในคอนโซลรถ เจ้าตัวรับติดเชื้อเอชไอวี

เมื่อวันที่ 7พ.ย. พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รรท.รองผบช.สตม.พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม.และพ.ต.อ.วรณัฎฎร์ ผันผ่อน รรท.ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รรท .ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รรท.ผบก.ตม.3 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ศปอส.ตร. จับกุมนายจักรกฤษณ์ ค่อมสิงห์ อายุ 43 ปี

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากพลเมืองดีผ่านเพจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ หรือศปอส.ตร. ว่าผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรมหลอกลวงเด็กชายไปมีเพศสัมพันธ์แล้วถ่ายคลิปแบล็คเมล์ โดยมีเด็กชายในพื้นที่อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่นตกเหยื่อเป็นจำนวนมาก จึงได้ทำการสืบสวน กระทั่งพบพฤติกรรมเป็นจริงตามที่ร้องเรียนว่า ได้เคยหลอก ด.ช.เติ้ล อายุ 14 ปี กระทำชำเราทางทวารหนัก มาแล้ว ชุดสืบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อทำการจับกุม

ชุดสืบสวนได้สืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ใช้แอพพลิเคชั่นดังของชาวเกย์ ในการหาเพื่อนคุย หาคู่ ในการหาเหยื่อ โดยเลือกเหยื่อที่มีอยู่โลเคชั่นใกล้กัน นอกจากนี้ยังมีการนำรูปชายหน้าตาดีมาสวมเป็นรูปโปรไฟล์ของตนเองอีกด้วย ซึ่งหากเหยื่อรายใดหลงกลนัดเจอก็จะใช้กำลังข่มขู่ และถ่ายคลิปไว้เพื่อขอมีเพศสัมพันธ์อีก ซึ่งที่ผ่านมามีเด็กชายอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป ตกเป็นเหยื่อจากการกระทำชำเราทางทวารหนัก และบังคับให้อมอวัยวะเพศจนสำเร็จความใคร่คลายความกำหนัดจำนวนมากถึง 70 ราย ในพื้นที่อ.น้ำพอง อ.กระนวน จ.ขอนแก่น,จ.กาฬสินธุ์ จ.มุกดาหาร และสกลนคร

ทั้งนี้มีรายงานว่าระหว่างจับกุมชุดสืบสวนพบยาต้านไวรัส ที่บริเวณลิ้นชักเก็บของตรงคอลโซนรถยนต์ของผู้ต้องหา จึงได้ทำการสอบถามนายจักรกฤษณ์ ยอมรับว่าตนเองนั้นติดเชื้อเอชไอวี ให้อยู่ระหว่างการรักษาโดยยาต้านไวรัส

นอกจากนี้ตำรวจเข้าตรวจค้นภายในห้องพักพบเอกสารเป็นกระดาษตารางรายชื่อเหยื่อ ที่ผู้ต้องหารายนี้ได้มีเพศสัมพันธ์ด้วย ทั้งนี้จากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าผู้ต้องหารายนี้ได้มีการจดบันทึกรายชื่อเหยื่อ รวมทั้งเบอร์โทรศัพท์ เฟสบุ๊ค ไอจี และที่น่าตกใจคือมีการระบุการร่วมเพศของเหยื่อในแต่ละครั้งว่ามีการป้องกันด้วยการสวมถุงยางอนามัยหรือไม่ป้องกัน

สำหรับผู้ต้องหารายนี้เป็นนายทหารยศ.จ่าสิบเอก สังกัดกรมทหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งขณะนี้ทางต้นสังกัดได้รับทราบการจับกุมผู้ต้องหารายนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วอยู่ระหว่างทำเรื่องเสนอพิจารณาลบโทษทางวินัย และให้ออกจากราชการ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า กรณีนี้ทางพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำสั่งการและกำชับว่าจะไม่มีการปกป้องข้าราชการทั้งตำรวจหรือทหารรายใดที่กระทำความผิดทางวินัยและอาญา ซึ่งกรณีนี้เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลไม่เกี่ยวกับองค์กร อย่างไรก็ตามฝากได้ประสานไปยังกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเยียวยาช่วยเหลือเหยื่อที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้แล้ว

และขอความร่วมมือพ่อแม่ของเหยื่อให้นำบุตรหลานเข้ามาตรวจสุขภาพเพื่อป้องกันการแพร่ของเชื้อโรค นอกจากนี้ฝากไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกหลานเยาวชน ซึ่งเป็นวัยที่อ่อนต่อประสบการณ์ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลการใช้สื่อโซเชียลของเด็กๆ ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้คนร้ายอาศัยความอ่อนโยนของตัวเด็กเข้าถึงตัวเด็กได้โดยง่ายและถูกหลอกให้ส่งภาพลามกอนาจาร จนคนร้ายนำมาข่มขู่และถูกล่อลวงไปบังคับข่มขืนกระทำชำเรา

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนสภ.น้ำพอง ได้แจ้งข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซี่งมิใช่ภรรยาหรือสามีตนโดยเด็กนั้นยินยอมหรือไม่ก็ตามต้องระวังโทษจำคุกสี่ปีถึง 20 ปีปรับ 80,000 บาทถึง 400,000 บาท ,กระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับไม่เกิน 200,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ,พาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อกระทำอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีหรือปรับไม่เกิน 140,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ,โดยปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล และเพื่อการอนาจารต้องระวังโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึง 10 ห้าปีหรือปรับปรับตั้งแต่ 6000 ถึง 30,000 บาท,ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจหรือของผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ข่มขืนใจ ต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ