บุกช่วยหนุ่มถูกขังส่งเสียงร้องจากอาคารย่านลาดพร้าว นอนซมกลางซากขยะ [คลิป]

นางปวีณา หงสกุล พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัยพร้อมเจ้าหน้าที่นำหมายค้นเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง  บริเวณโชคชัยสี่ 14 แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ หลังพบว่ามีคนถูกกักขังอยู่ในอาคารดังกล่าวมาเป็นเวลานาน โดยมีเจ้าหน้าที่จากรพ.ยันฮีร่วมให้การช่วยเหลือด้วย

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง3ชั้น หน้าบ้านมีกระถางต้นไม้วางเป็นแนวรั้วให้เหลือทางเดินนิดเดียว ประตูหน้าบ้านปิดล็อกไว้ เจ้าหน้าที่ขอเข้าตรวจค้น พบหญิงชราอายุประมาณ60ปีออกมาเปิดรับ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปภายในบ้านพบชายวัยประมาณ30-40ปี สภาพพิการนอนอยู่ที่พื้นของบ้านสภาพเปลือยท่อนล่าง ใส่เสื้อยืดปกปิดท่อนบนเท่านั้น ภายในบ้านเต็มไปด้วยซากขยะส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งออกมา ทางเจ้าหน้าที่รพ.ได้นำร่างชายดังกล่าวส่งขึ้นรถรพ.ยันฮีทันที โดยทางหญิงชราคนดังกล่าวซึ่งอ้างตัวว่าเป็นแม่ของผู้ป่วยได้ขึ้นรถไปรพ.ด้วย

ด้านเพื่อนบ้านใกล้เคียงเปิดเผยว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นของหญิงชรา ซึ่งไม่ได้ทอดทิ้งผู้ป่วย ทุกวันหญิงคนดังกล่าวก็จะนำอาหารมาให้พร้อมทั้งอยู่ดูแลผู้ป่วยเสมอ โดยอยู่ดูแลกันมากว่า30ปีแล้ว ทางเพื่อนบ้านไม่เคยได้ยินเสียงผู้ป่วยร้องครวญครางเพราะถูกทรมานแต่อย่างใด นอกจากนี้หญิงชรายังนำกระถางมาตั้งไว้ เพราะก่อนหน้านี้มีคนมาหลบฝนหน้าบ้าน แล้วถูกผู้ป่วยเอื้อมมือออกมาจับขาคนที่หลบฝนได้รับความตกใจ จึงนำกระถางมาตั้งบังไว้

นางปวีณากล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากพลเมืองดีเมื่อวันที่2ก.พ.ที่ผ่านมาว่ามีชายถูกกักขังในบ้านหลังดังกล่าว ส่งเสียงร้องออกมา บางทีมีคนไปหลบฝนตรงหน้าบ้านก็มีมือยื่นจากซี่กรงเหล็กมาจับขาคนหลบฝน โดยมีหญิงชรานำอาหารมาส่งแขวนไว้หน้าบ้าน จะมีมือเอื้อมจากในบ้านมาหยิบไป จึงประสานทางสน.โชคชัยให้มาร่วมตรวจสอบ

พ.ต.อ.สุพล กล่าวว่า เบื้องต้นเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบชายคนดังกล่าวนอนอยู่ที่พื้นชั้น1 เจ้าหน้าที่จึงให้การช่วยเหลือ ขั้นตอนจากนี้จะต้องตรวจสอบว่าหญิงชราดังกล่าวเป็นอะไรกับผู้ป่วย เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นแม่ลูกกัน หากตรวจสอบพบว่ามีลักษณะเข้าข่ายกักขังหน่วงเหนี่ยวก็สามารถดำเนินคดีได้ แม้จะเป็นแม่ลูกกันจริง ๆ กฎหมายก็ไม่ละเว้น จากนี้จะประสานทางสำนักงานเขตลาดพร้าวเข้าตรวจสอบบ้าน เนื่องจากสุขอนามัยในบ้านค่อนข้างแย่ จากนี้ทางเขตอาจแจ้งความดำเนินคดีกับทางตำรวจได้ ส่วนผู้ป่วยนั้นจะต้องให้ทางรพ.ตรวจสอบว่าป่วยเป็นโรคใดต่อไป