ข่าว อาชญากรรม

บิ๊กแป๊ะ ออกโรงตั้ง กก.สอบบิ๊กโปรเจ็กต์ “ไบโอแมทริกซ์ – รถสายตรวจไฟฟ้าอัจฉริยะ”

บิ๊กแป๊ะ สะบัดปากกาตั้งคณะกรรมการสอบ สองโครงการฉาว มอบบิ๊กเบิ้ม นั่งหัวโต๊ะ ตีกรอบ 30 วันรู้ผล หลังทนายษิทราร้องปปช. ด้านทนายคนดังเกรงความปลอดภัย หลังเปิดหน้าร้อง สองโครงการฉาว

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีรายงานว่าพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 331/2562 ลงวันที่ 31 พ.ค. 2562 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่ปรากฎข่าวนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อเยาวชนและสังคมยื่นหนังสือต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)เพื่อให้ทำการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจพิสูจน์บุคคลโดยเทคโนโลยีไบโอแมทริกซ์ เกี่ยวกับความล่าช้าในการดำเนินโครงการและประสิทธิภาพของระบบและโครงการรถสายตรวจไฟฟ้าอัจฉริยะ เกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบการเชื่อมต่อสัญญาณไวไฟในบางพื้นที่และความคุ้มค่ากับเงินของรัฐ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าการดำเนินการโครงการทั้งสองโครงการต่างๆเป็นไปตามกฎหมายระเบียบและคำสั่งที่เกี่ยวข้องหรือไม่ประการใด อาศัยอำนาจตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติพ.ศ. 2547 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้

พล.ต.ท. ชยสิษฎร์ วัฒนวรางกูร ผู้ช่วยผ.ตร. เป็นประธานกรรมการ,พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน รองผบก.กองสรรพาวุธ สำนักงานส่งกำลังบำรุง เป็นกรรมการ,พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ รองผบก.ตม.2 เป็นกรรมการ,พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รองผบก.ตม.6 เป็นกรรมการ,พ.ต.อ.สรรค์พิสิฐ แย้มเกษร รองผบก.กต.5จ.ต. เป็นกรรมการและเลขานุการ พ.ต.อ.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวนบก.สส.บช.3 เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ทั้งนี้ให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันรับทราบคำสั่งแล้วเสนอรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงมาเพื่อพิจารณาดำเนินการ

ขณะที่ด้านนายษิทรา กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีให้ปปช.ตรวจสอบโครงการไบโอแมทริกซ์ และโครงการรถสายตรวจอัจฉริยะว่า ขณะนี้ทางสำนักงานปปช.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาเรื่องนี้เช่นเดียวกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเช่นเดียวกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ทั้งสองหน่วยงานให้ความสำคัญ แต่ส่วนตัวไม่สบายใจกรณีที่ทางพล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม.ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนว่าเรื่องนี้อาจจะไม่หมูเหมือนหวย 30 ล้าน ซึ่งตนมองว่าคดีหวย 30 ล้านก็ไม่ได้ง่าย เพราะกว่าจะรวบรวมพยานหลักฐาน นำสืบพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ต่างๆทุกขั้นตอนมีกรอบระยะเวลาและทำด้วยความรอบคอบ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ละเอียด ครบถ้วน ครอบคลุมทุกประเด็น ตอบทุกข้อสงสัยให้กับสังคม และให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวคุณลุงจรูญ

เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อเยาวชนและสังคม กล่าวว่า ในส่วนการที่ตนเข้ามาร้องให้ทางปปช.ตรวจสอบโครงการไบโอแมทริกซ์ และโครงการรถสายตรวจอัจฉริยะ ส่วนตัวมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะทั้งสองโครงการมีมูลค่าสูงรวมกันหลายพันล้าน ซึ่งแน่นอนว่าหากโครงการดังกล่าวหยุดซะงักย่อมมีผู้เสียประโยชน์ แต่จากข้อมูลที่ตนทราบมาโครงการไบโอแมทริกซ์ไม่สามารถใช้งานได้จริง ระบบโครงการดังกล่าวไม่สามารถใช้งานได้ บางครั้งก็ล่ม บางครั้งใช้งานติดๆดับๆ ขาดความเสถียร ไม่คุ้มค่ากับเงินหลายพันล้านจากภาษีประชาชนที่จ่ายไป อีกทั้งได้ข้อมูลมาว่าในสมัยพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล เป็นผบช.สตม. มีการทำหนังสือลงความเห็นเสนอผ่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ยกเลิกสัญญาโครงการไบโอแมทริกซ์กับเอกชนดังกล่าว โดยให้เหตุผลเพราะมีปัญหาขัดข้อง โดยระบบไบโอแมทริกซ์ไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศของตม.ได้ และมีการทำหนังสือไปแล้วเมื่อวันที่ 7 พ.ย.61 กับวันที่ 7 ม.ค.62 และผบ.ตร.ได้มีการยกเลิก ซึ่งตนรู้สึกดีที่อย่างน้อยทางพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ออกมายับยั้งการดำเนินการโครงการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายในราชการ แต่หลังจากเสนอเรื่องก็ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นมีคำสั่งออกมาอย่างไรให้เดินหน้าโครงการต่อ ซึ่งการร้องต่อปปช.ไม่เพียงแค่ขอให้ตรวจสอบการดำเนินการโครงการ แต่ยังขอให้ตรวจสอบนายตำรวจทั้ง 4 นายที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ท.ติณภัทร ภุมรินทร์ ผบช.สกบ. ซึ่งเป็นผู้อนุมัติโครงการดังกล่าว และพล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบช.ภ.7 ปฎิบัติราชการสตม. ซึ่งเป็นผู้ขยายกรอบเวลาให้บ.เอกชน

ทนายษิทรา กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจพิสูจน์บุคคลโดยเทคโนโลยีไบโอแมทริกซ์ ถือเป็นโครงการที่ดีไม่ใช่ไม่ดี แต่การดำเนินการโครงการต้องสมเหตุสมผล วัสดุอุปกรณ์เครื่องมือเทคโนโลยีต้องดี บริษัทต้องมีความชำนาญ ที่ผ่านมาหลายคนพูดตรงกันว่าโครงการเป็นโครงการที่ดีเพราะใช้กันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ แต่เมื่อบริษัทที่ไม่มีศักยภาพมารับหน้าที่ในการจัดทำโครงการก็เลยทำให้เกิดปัญหาทั้งในเรื่องของขั้นตอนการส่งมอบงาน รวมทั้งการเชื่อมต่อ อีกทั้งมีการสั่งซื้อครุภัณฑ์ที่เกินจริง อาทิ ช่องตรวจมีเพียง 1366 ช่อง แต่จัดซื้ออุปกรณ์ลูกข่าย 1843 ชุดและมีการติดตั้งในหน่วยงานที่ไม่มีช่องตรวจการเดินทางเข้าออก เช่น ให้ติดตั้งส่วนกลาง 500 ชุด ซึ่งเรื่องนี้ตนมองว่ามีการสั่งซื้อเกินจำนวนความจำเป็นที่ต้องใช้จริงและบางพื้นที่ก็ไม่จำเป็นต้องมีแต่กลับไปติดตั้งอุปกรณ์ และหากเป็นการสั่งครุภัณฑ์เพื่อมาสำรองในกรณีที่อุปกรณ์ชำรุดก็ควรที่จะให้โครงการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ก่อนก็ได้ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้ได้มอบให้ทางปปช.ไปแล้ว อย่างไรก็ดีในส่วนกรณีที่ทางผบช.สตม. ระบุว่ามีความจำเป็นในการขยายเวลาให้บ.เอกชน เนื่องจากท่าอากาศยานอุบลราชธานีมีการปรับปรุงพื้นที่ทำให้ทางเอกชนเข้าไปดำเนินการไม่ได้ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในคำกล่าวอ้าง เช่นเดียวกับโครงการรถสายตรวจไฟฟ้าอัจฉริยะว่าคุ้มค่าต่องบประมาณหรือมา ซึ่งทางปปช.ต้องเข้ามาตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ประการใด

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน