ข่าว

“เฉลิมเกียรติ” ปิดศูนย์ปราบปรามการค้างาช้าง หลังไทยพ้นบัญชี “ไซเตส”

“เฉลิมเกียรติ” อำลาตำแหน่ง “มือปราบไซเตส” ปิดศูนย์เฉพาะกิจปราบปรามการค้างาช้าง หลังทำผลงานจนไทยถูกปลดออกจากบัญชี โดยตั้งแต่ ปี57 จนถึงปัจจุบัน จับกุมผู้ต้องหา 44 คดี ยึดงาช้างของกลาง น้ำหนักรวม 9,900 กก. มูลค่ากว่า 900 ล้านบาท

วันที่ 29 ส.ค.2562 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามการค้างาช้าง (ศชง.ตร.)  แถลงสรุปผลงานการปฏิบัติงานของศูนย์เฉพาะกิจปราบปรามการค้างาช้าง ที่ถือว่าประสบความสำเร็จหลัง อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือ ไซเตส (CITES) ปลดประเทศไทยออกจากบัญชีประเทศน่ากังวลในการค้างาช้าง จากสถานการณ์ลักลอบค้างาช้างผิดกฎหมาย ที่ใช้ประเทศไทยเป็นช่องทางในการขนส่งลำเลียง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ จนเกือบได้รับบทลงโทษระงับการค้าสินค้าที่เกี่ยวกับไซเตส  ทั้งหมด ซึ่งจะนำไปสู่การสูญเสียผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ

ดังนั้น รัฐบาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงจัดทำแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย เพื่อเสนอต่อสำนักงานเลขาธิการไซเตส  และมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการ ตั้งแต่ปี 2557  เริ่มจากดำเนินงานเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้างาช้างผิดกฎหมายอย่างเข้มข้นและจริงจัง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีมาตรการเน้นหนัก คือ ห้ามนำเข้า ห้ามส่งออก ห้ามซื้อขาย และไม่สนับสนุน ทลายเครือข่ายแบบถอนรากถอนโคน นำกฎหมายฟอกเงินมาใช้กับนายทุน ผู้ร่วมขบวนการ และผู้สนับสนุน ซึ่งตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 44 คดี ยึดของกลางงาช้าง น้ำหนักรวม 9,901.82 กก.มูลค่า 990,182,000 บาท

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าว่า เมื่อผลงานบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ในฐานะ ผอ.ศชง.ตร.และจะเกษียนอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.นี้ จึงต้องมีการปิดศูนย์ดังกล่าว แต่ถ้า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ต้องการให้มีดำเนินการที่ต่อเนื่องในการปราบปรามการค้างาช้าง ก็สามารถมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาเข้ามาสานต่องานได้เลย

สำหรับ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวขาน ได้รับการมอบหมายให้เข้ามาดูแลการปราบปรามงาช้าง ได้รับความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง ผลการจับกุมเป็นที่น่าพอใจผู้ลักลอบค้างาช้างทั้งในและต่างประเทศลดลงอย่างเห็นได้ชัด และได้รับการปลดออกจากบัญชีไซเตส จนได้รับฉายาว่าเป็น “มือปราบไซเตส” และ “มือปราบงาช้าง”