ข่าว

สุดสะเทือนใจ! แม่เฒ่าตาบอดวัย 80 นอนกอดศพลูก โดยไม่รู้ว่าเสียชีวิตแล้ว

แม่เฒ่าตาบอดวัย 80 ปีป่วยติดเตียง นอนอดข้าวมา 2 วัน กอดศพลูกชายไม่รู้ว่าเสียชีวิต เจ้าหน้าที่เห็นภาพสุดกลั้นน้ำตา ก่อนช่วยเหลือนำตัวไปดูแลต่อที่บ้านมิตรไมตรี

วันนี้ 15 พ.ค. 2563 ตำรวจนครบาลลาดพร้าว พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ไปตรวจสอบเหตุพบศพคนภายในห้องพักชั้นที่ 5 ของคอนโดแห่งหนึ่ง จากการตรวจสอบภายในห้องเช่าพบกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง เสื้อผ้าวางเกะกะ มีพัดลมตั้งอย่ตรงกลางที่นอน ปูด้วยผ้าห่มเก่า

จากนั้นพบศพ นายสุวรรณ อายุ 54 ปี คาดเสียชีวิตมาแล้ว 2-3 วัน สภาพศพเริ่มขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็น ใกล้กันพบภาพอันน่าเวทนาของ นางวันดี อายุ 80 ปี มารดาตาบอดทั้ง 2 ข้าง ที่ป่วยติดเตียงนอนเอื้อมมือลูบศพลูกชาย

เมื่อสอบถามคุณยายที่เพิ่งมารู้ว่าลูกชายตาย เล่าว่า ปกติลูกชายจะหาข้าวให้กิน แต่ไม่ได้กินข้าวมา 2 วันแล้ว เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูจึงรีบนำนมให้ดื่มและปลอบใจคุณยายให้คลายความเศร้าที่สูญเสียลูกชายไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่บ้านมิตรไมตรี เพื่อพาตัวคุณยายไปดูแล เนื่องจากไม่มีญาติมิตรที่ไหน

ทางด้าน นายณรงค์เดช สว่างกมล อายุ 42 ปี เจ้าของอู่รถแท็กซี่ให้เช่า เป็นผู้มาพบศพให้การว่า นายสุวรรณ หรืออ๊อก ผู้ตายได้เช่ารถแท็กซี่ตนขับ ค่าเช่าวันละ 300 บาท เนื่องจากเป็นช่วงระบาดของเชื้อโควิด-19 คนขับรถแท็กซี่หาเงินยาก ผู้ตายเช่ารถตนวิ่งรับผู้โดยสาร และเอามาจอดไว้ที่คอนโด เพื่อมาดูแลแม่ตาบอดที่ป่วยติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

กระทั่งวันที่ 12 พ.ค. ตนไม่สามารถติดต่อผู้ตายได้ จากนั้นก็พยายามติดต่อไปเรื่อยๆ เพราะจะมาบอกให้ไปทำเอกสารบัญชีธนาคาร หลังทราบว่าผู้ตายได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท แต่เมื่อมาถึงเห็นประตูเปิดอยู่ แต่ติดประตูเหล็กด้านใน

จากนั้นจึงเดินเข้าไปชะโงกดูก็ได้กลิ่นเหม็นคละคลุ้ง จึงเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นว่านายสุวรรณ หรืออ๊อก นั้นนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน โดยมีแม่นอนอยู่ด้านข้างโดยที่ไม่รู้ว่าลูกชายเสียชีวิต

หลังจากนั้นตนจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ และสอบถามคนแถวนั้น ก็ทราบว่านายอ๊อดพึ่งลงมาซื้อของที่ร้านขายของชำด้านล่างเมื่อ 2-3 วันก่อน จากนั้นก็ไม่เห็นอีกเลย โดยคาดว่าจะมีโรคประจำตัวจึงทำให้เสียชีวิต แต่สงสารแม่วัย 80 ที่ตาบอด ไม่รู้ว่าใครจะเลี้ยง ต้องนอนอยู่กับศพ 2-3 วัน ข้าวปลาก็ไม่ได้กิน สำหรับนายอ๊อกนั้นเป็นคนดี มีอัธยาศัยน้ำใจดี เช่าห้องนี้อยู่กับแม่สองคนมา 4-5 ปีแล้ว ชาวบ้านแถวนี้รู้จักกันดี

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานนำนางวันดี ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลต่อ และจะนำศพนายสุวรรณ ส่งสถาบันนิติเวชเพื่อตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป