โจรแสบบุกขโมยเงินแสนบนกุฏิ เที่ยวกลางคืนเปย์สาวจนหมด(มีคลิป)

17 ส.ค. 2563 เวลา 9:30 น.

โจรแสบบุกขโมยเงินแสน ที่ญาติโยมบริจาคปรับปรุงศาลาวัด พร้อมพระเครื่อง บนกุฏิวัดเทพบุตร จ.ชลบุรี ใช้เที่ยวกลางคืน–เปย์สาว ตำรวจตามรวบสารภาพเหลือเงินแค่ 300 บาท

กรณีเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 63 พระสมเจตน์ เตชะธโร รักษาการเจ้าอาวาสวัดเทพบุตร ต.ห้วยใหญ่ อ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ถูกคนร้ายก่อเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ ภายในกุฏิ กวาดเอาทรัพย์สินไปเป็นเงินสด 200,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่จะซื้อกระเบื้องปูพื้นศาลาปฎิบัติธรรม และพระเครื่องวัดดัง 20 องค์ มีดหมอลงอาคม 1 เล่มไป ซึ่งหลังเกิดเหตุได้รู้ตัวผู้ต้องสงสัย จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์พร้อมแจ้งเบาะแสของคนร้าย

ล่าสุดวันที่ 16 ส.ค. 63 พ.ต.อ.อภิชนัน วัฒนวรากูล ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ นำกำลังออกติดตามคนร้ายจากเบาะแสจากทางวัดได้แจ้ง กระทั่งทราบตัวผู้ต้องสงสัย เข้าไปใช้บริการร้านตัดผมภายในศูนย์การค้ากลางเมืองพัทยา จึงประสาน ตำรวจสภ.เมืองพัทยาควบคุมตัวไว้ ก่อนจะนำตัวมาสอบสวนยัง สภ.ห้วยใหญ่ ทราบชื่อ นายสมชาย อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดนครพนม

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เปิดเผยว่า ก่อนการจับกุมนั้น มีพลเมืองดีทราบข่าว จึงได้ให้เบาะแสของคนร้าย ได้นำเงินเข้าไปเที่ยวภายในสถานบันเทิงในเขตพื้นที่เมืองพัทยา ซึ่งขณะนั้นการ์ดของสถานบันเทิงได้ตรวจยึดอาวุธมีด ลักษณะเป็นมีดหมอลงอาคม ซึ่งมีลักษณะตรงกับของพระสมเจตน์ ที่ได้แจ้งไว้ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้นำเงินจำนวนมากเข้าไปเที่ยวและแจกจ่ายให้กับหญิงสาวภายในสถานบันเทิง สร้างความแปลกใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ยังนำเงินไปซื้อสร้อยคอทองคำหนักหนึ่งบาทให้กับผู้หญิงอีกด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่รู้เบาะแสจึงได้ออกติดตาม จนกระทั่งเจอตัวนั่งหลับอยู่ภายในศูนย์การค้า จึงประสานตำรวจ สภ.เมืองพัทยาควบคุมตัวไว้

เบื้องต้นสมชาย ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง ส่วนของกลางเงินสด และพระเครื่องจำไม่ได้ว่าไปไหนหมดแล้ว ตรวจสอบประวัติพบว่าเคยถูกจำคุกในคดีลักทรัพย์มาแล้วหลายครั้ง จึงได้ควบคุมตัว พร้อมรวบรวมหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดของสถานบันเทิงที่บันทึกภาพพฤติกรรมขณะผู้ก่อเหตุนำเงินไปแจกให้กับผู้หญิงไว้ได้ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้พระสมเจตน์ เตชะธโร รักษาการเจ้าอาวาสวัดเทพบุตร ยังฝากประชาสัมพันถึงผู้ที่ได้รับเงิน ซึ่งเป็นเงินที่จะนำมาทำนุบำรุงวัดและพระเครื่องไป หากสามารถนำมาคืนได้ทางวัดก็ยินดี แต่หากว่าจำเป็นจะต้องนำเงินจำนวนนั้นไปเลี้ยงดูครอบครัวก็ไม่เป็นไร