
SHORT CUT
เมื่อค่าตรวจ ‘มะเร็งตับ’ แพงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ ส่องนวัตกรรม ‘SmartLiva’ AI อัจฉริยะ ฝีมือนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ลดความเหลื่อมล้ำเข้าถึงการแพทย์
สถานการณ์โรคตับในประเทศไทยกำลังเข้าขั้นวิกฤติ ในประเทศไทย คนกว่า 20 ล้านคน หรือราว 1 ใน 3 ของประเทศ กำลังเผชิญภาวะไขมันพอกตับ และ 1 ใน 3 ของประชากรภาคอีสาน กำลังสู้กับโรคพยาธิใบไม้ตับอย่างรุนแรง ซึ่งหากปล่อยไว้ สุดท้ายจะกลายเป็นโรคมะเร็งตับ
แต่ความจริงที่เจ็บปวดกว่าโรค คือคนไทยส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงการตรวจรักษา เพราะเครื่องสแกนตรวจสุขภาพตับ หรือ ไฟโบรสแกน (FibroScan) มีราคาสูงถึงเครื่องละ 2.5 - 7 ล้านบาท ทำให้ทั้งประเทศมีเครื่องนี้ในโรงพยาบาลรัฐเพียง 17 แห่งเท่านั้น
เมื่อค่าตรวจหนึ่งครั้งสูงถึง 3,000 - 5,000 บาท ซึ่ง ‘แพงกว่า’ ค่าแรงขั้นต่ำหลายเท่าตัว สิทธิการรักษาขั้นพื้นฐานจึงครอบคลุมไม่ถึง และนั่นหมายความว่า คนไทยที่เข้าไม่ถึงบริการสุขภาพจำนวนมหาศาลต้องรอให้ ‘ป่วยหนัก’ ก่อน ถึงจะรู้ตัวว่าป่วย
ท่ามกลางช่องว่างของความเหลื่อมล้ำ นาโน-ภูริณัฐ พลอาสา นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และ วาวา-ชลยา เครือวุฒิกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) ทีมห้องปฏิบัติการวัสดุฉลาด (SMART LAB) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ภายใต้การดูแลของ รศ. ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ มองเห็นโจทย์นี้เป็น ‘ภารกิจ’
พวกเขาสร้าง SmartLiva ระบบ ‘AI อัจฉริยะ’ ทำงานเหมือนอัปเกรด ที่เปลี่ยนเครื่องอัลตราซาวด์ขาวดำธรรมดาๆ ที่มีอยู่แทบทุกโรงพยาบาล ให้กลายเป็นเครื่องมือวินิจฉัยประสิทธิภาพสูงเทียบเท่าเครื่องราคาล้านบาท สามารถอ่านภาพอัลตราซาวด์ได้แม่นยำและรวดเร็ว โดยแพทย์อัปโหลดภาพผ่านเว็บได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต จากนั้นระบบจะช่วยปรับภาพให้ชัดขึ้น คัดเฉพาะบริเวณเนื้อตับที่ต้องวิเคราะห์
SmartLiva อัลตราซาวด์เสร็จใน 7 วินาที ด้วยความแม่นยำในการตรวจระยะตับแข็งสูงถึง 92% ตรวจเนื้อเยื่อผิดปกติได้แม่นยำ 87% และตรวจพยาธิใบไม้ตับได้แม่นยำถึง 84%
นวัตกรรมนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการตรวจลงได้ถึง 77% จากค่าตรวจหลักพัน เหลือเพียง 200–300 บาท ซึ่งอยู่ในระดับที่สิทธิประกันสังคมหรือประกันชีวิตทั่วไปมีโอกาสครอบคลุมได้ ผู้ป่วยจึงไม่ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายหนักเหมือนที่ผ่านมา
ระบบยังใช้งานง่ายผ่านเว็บแอปพลิเคชัน ใช้งานได้ทั้งคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และมือถือ ทำให้แพทย์ในโรงพยาบาลขนาดเล็กที่ไม่มีเครื่องไฟโบรสแกน สามารถคัดกรองผู้ป่วยโรคตับระยะเริ่มต้นได้เร็ว ซึ่งมีโอกาสรักษาหายขาดสูงกว่า ชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลไม่ต้องเดินทางข้ามจังหวัดมาต่อคิวในเมืองใหญ่
ในอนาคตทั้งสองเตรียมยกระดับ SmartLiva ให้เป็น Explainable AI (XAI) ที่สามารถอธิบายรายละเอียดแต่ละขั้นตอนการวินิจฉัยให้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมเสริมระบบ HepaSage ผู้ช่วยอัจฉริยะที่สรุปผลออกมาเป็นรายงานที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายทั้งคนไข้และบุคลากรทางการแพทย์ อีกด้านหนึ่งทีมยังวางแผนทำเป็นอุปกรณ์พกพา ที่ใช้งานได้ในคลินิกหรือพื้นที่ที่เครื่องมือมีจำกัด รวมถึงต่อยอดความสามารถของ AI ไปสู่โรคอื่นๆ ที่ต้องแข่งกับเวลา เช่น การตรวจลิ่มเลือดในสมองของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อช่วยให้รู้ผลได้เร็ว รักษาได้ทันท่วงที ลดภาวะพิการ และเสียชีวิต
ผลงานนี้เพิ่งคว้ารางวัลชนะเลิศจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับอุดมศึกษา I-New Gen Award 2026 สาขา สุขภาพและการแพทย์ ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026) มาครอง
‘SmartLiva’ คือ ผลงานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ย้ำชัดว่าเยาวชนไทยมีศักยภาพสร้างเทคโนโลยีเพื่อช่วยแก้ปัญหาสุขภาพระดับประเทศได้จริง และหากนำไปใช้ได้กว้างขึ้น ก็จะเป็นกุญแจสำคัญ ที่ช่วยพาระบบสาธารณสุขไทยไปสู่ความเท่าเทียมและยั่งยืนในอนาคต