
เจาะโครงการ TH-AI Passport ดึง AI 30 โมเดลระดับโลก อัปสกิลคนไทย 5 ล้านคน ด้วยงบสุดคุ้ม 28 บาท/เดือน ตอบชัดทุกปมสงสัยโปร่งใสแค่ไหน ไปดูกัน ?
วันนี้ในประเด็นร้อนแรงที่สุดไม่แพ้บอลโลกเลย นั่นคือเรื่อง โครงการ TH-AI Passport โดยมี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี), น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เข้าร่วมเปิดเวทีรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
โครงการ TH-AI Passport ได้เปิดเวทีรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครั้งสำคัญ และมีการยืนยันว่า ไม่ใช่แค่การแจกสิทธิใช้งาน แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศน์แบบ Learn to Earn ผู้ใช้ต้องเรียนรู้ผ่านระบบ LMS ใน 130 หลักสูตรมาตรฐานสากล (UNESCO) เพื่อสะสมคะแนนปลดล็อก AI ระดับ Pro/Premium กว่า 30 โมเดล จาก 14 ค่ายชั้นนำ (เช่น ChatGPT, Claude, Gemini) ในแพลตฟอร์มเดียว โดยมีต้นทุนสุดคุ้มเพียง 27-28 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งถูกกว่าการซื้อใช้เองในราคาตลาดที่ราว 259 บาทต่อเดือนอย่างมาก
โครงการตั้งเป้ายกระดับทักษะดิจิทัลของคนไทย 5 ล้านคน หรือราว 10% ของประชากรในระบบเศรษฐกิจ มุ่งเน้น 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่
นักเรียนนักศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี
บุคลากรภาครัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ประชาชนทั่วไปและ SME เพื่อ Upskill-Reskill รับมือโลกอนาคต
พร้อมขยายโอกาสสู่ภูมิภาค เปิดลงทะเบียนพร้อมกัน 1 กรกฎาคม 2569
จากเวที TH-AI Passport Forum ได้สรุปประเด็นข้อสงสัยของสังคมไว้
• ทำไมต้องมีตัวกลาง ? : เพราะต้องผสาน AI 30 โมเดล เข้ากับระบบ LMS และบริหารคน 5 ล้านคน จึงต้องมีผู้บูรณาการระบบ (System Integrator) เชื่อมทุกบริการเข้าด้วยกัน
• งบ 1,621 ล้านแพงไปไหม? : เมื่อหารเฉลี่ยตกเพียง 27-28 บาท/เดือน ถือว่าถูกและคุ้มค่า
• ทำไมไม่ใช้เวอร์ชันฟรี? : เพราะเป้าหมายคือการใช้งานเชิงลึกระดับ Pro เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
•วัดผลอย่างไร? : ตั้งเป้าดันตัวเลขผู้ใช้งาน AI ในไทยจาก 10.7% สู่ 20% ภายในปี 2570
• แก้ไข TOR ได้หรือไม่? : ปัจจุบันอยู่ขั้นบริหารสัญญาแล้ว แก้ไขไม่ได้ แต่เจรจาปรับรายละเอียดให้คุ้มค่าได้
• ผู้รับสัญญาได้เงินหรือยัง? : ยืนยันยังไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว เพราะต้องเบิกจ่ายตามงวดงาน
• คนใช้น้อย รัฐเสียเปรียบไหม? : กำลังเจรจาจ่ายตามคนใช้งานจริง (Pay-per-use) เพื่อเซฟงบรัฐ - แต่พร้อมหารือรูปแบบการจ่ายเงินที่เหมาะสม
หัวใจสำคัญของความโปร่งใสคือระบบ "Pay-per-active" รัฐจะจ่ายเงินตามจำนวนผู้ใช้งานจริง (Active User) และระยะเวลาการใช้จริง ไม่ใช่การเหมาจ่าย ดังนั้นหากมีการใช้งานน้อยก็จ่ายน้อย
นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องการผูกขาดสื่อโฆษณาในร้านสะดวกซื้อและโมเดิร์นเทรดนั้นไม่เป็นความจริง เพราะไม่ได้ระบุเป็นเงื่อนไขการประมูล เอเจนซีโฆษณากว่า 40-50 รายสามารถจัดหาได้ และงบส่วนนี้มีเพียง 900,000 บาท ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับยอดการมองเห็น