
SHORT CUT
หุ้น Apple ปิดทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 333 ดอลลาร์ ท่ามกลางแนวโน้มเชิงบวกที่อาจพุ่งแตะ 364 ดอลลาร์ รับแรงหนุนจากจีนอนุมัติ Apple Intelligence และธุรกิจบริการที่เติบโต
หุ้น Apple (AAPL) เดินหน้าทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 333.26 ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนการปรับตัวขึ้นกว่า 5.39% ในรอบสัปดาห์ และพุ่งขึ้นถึง 22.81% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน
ขณะที่ Wall St. ให้ความเชื่อมั่นสูงถึง 90% โดยประเมินราคาเป้าหมายในอีก 12 เดือนข้างหน้าไว้ที่ 363.77 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นอัปไซด์ที่สามารถเติบโตได้อีกกว่า 9.15%
ความสำเร็จของ Apple มาจากผลประกอบการไตรมาสเดือนมีนาคมที่แข็งแกร่ง ด้วยรายได้ 1.112 แสนล้านดอลลาร์ (โต 16.6% เมื่อเทียบรายปี) และกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 2.01 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
ปัจจัยหลักมาจากความต้องการ iPhone 17 และรายได้จากกลุ่มธุรกิจบริการที่ทำสถิติใหม่ 3.098 หมื่นล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ บริษัทยังประกาศซื้อหุ้นคืนมูลค่ามหาศาลถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ พร้อมปรับขึ้นเงินปันผลอีก 4%
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2026 เมื่อรัฐบาลจีนอนุมัติให้ Apple เปิดตัวฟีเจอร์ Apple Intelligence ร่วมกับพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นอย่าง Alibaba และ Baidu ข่าวดีนี้ช่วยปลดล็อกความกังวลด้านรายได้ในภูมิภาค Greater China และดันราคาหุ้นให้พุ่งขึ้น 4.2% ภายในวันเดียว
Apple ถูกขับเคลื่อนด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ การเติบโตของธุรกิจบริการ, กระแสของ iPhone 18 และการสร้างรายได้จาก AI โดย Citi และนักวิเคราะห์หลายสำนักประเมินว่าราคาหุ้นอาจทะยานไปถึงระดับ 365 - 380 ดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่ตลาดคาดการณ์ Polymarket ให้โอกาสถึง 96.6% ที่เราจะได้เห็น iPhone 18 ภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงการจับมือกับ Broadcom ยาวไปจนถึงปี 2031 ยิ่งเสริมความมั่นคงด้านซัพพลายเชน
เมื่อเทียบกับยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีรายอื่น Apple ถือว่ามีการซื้อขายในระดับพรีเมียม โดย Microsoft (MSFT) มีค่า P/E ที่ถูกกว่าระดับ 29 เท่า, ขณะที่ Alphabet (GOOGL) มีรายได้เติบโต 21.8% โดยเฉพาะ Google Cloud ที่โตถึง 63%
อย่างไรก็ตาม ความพรีเมียมของ Apple ยังคงสมเหตุสมผลด้วยรูปแบบธุรกิจบริการที่ใช้ต้นทุนต่ำและพลังในการซื้อหุ้นคืนที่แข็งแกร่ง
นักลงทุนยังคงต้องจับตาความท้าทายจากมุมมองเชิงลบ เช่น สำนักวิเคราะห์ KeyBanc ที่ประเมินราคาเป้าหมายไว้เพียง 250 ดอลลาร์ โดยกังวลเรื่องรอบการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนที่นานขึ้น การลดอุดหนุนราคาจากผู้ให้บริการเครือข่าย
รวมถึงคดีความทางกฎหมายกับ OpenAI และแรงเทขายจากผู้บริหารที่สูงถึง 87.6 ล้านดอลลาร์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งหากผลประกอบการพลาดเป้า ค่า P/E ปัจจุบันที่สูงถึง 40 เท่า อาจทำให้ราคาหุ้นมีความเสี่ยงปรับฐานลงมาที่ 308.83 ดอลลาร์ได้
เข้าใจง่ายๆ คือ วันนี้ Apple ไม่ได้เป็นแค่ 'ขายอุปกรณ์' อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น 'ผู้ให้บริการและนวัตกรรม AI' ที่สามารถสร้างรายได้สม่ำเสมอจากผู้ใช้งานทั่วโลก
แม้ในมุมของนักลงทุนมือใหม่ ราคาหุ้นปัจจุบันอาจจะดู 'แพง' และมีความผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่ทำให้ Apple ยังคงโดดเด่น คือ ระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่แข็งแกร่ง ลูกค้ามีความจงรักภักดีสูง และยังคงมีสินค้าใหม่ๆ ที่พร้อมสร้างยอดขายอยู่เสมอ
ที่มา : Yahoo Finance, REUTERS