หุ้น Apple พุ่ง New High แรงหนุนจากจีนอนุมัติ Apple Intelligence

หุ้น Apple พุ่ง New High แรงหนุนจากจีนอนุมัติ Apple Intelligence

หุ้น Apple ปิดทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 333 ดอลลาร์ ท่ามกลางแนวโน้มเชิงบวกที่อาจพุ่งแตะ 364 ดอลลาร์ รับแรงหนุนจากจีนอนุมัติ Apple Intelligence และธุรกิจบริการที่เติบโต

SHORT CUT

  • ล่าสุด หุ้น Apple ปิดนิวไฮที่ 333.26 ดอลลาร์ รับปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งและการที่จีนไฟเขียวฟีเจอร์ Apple Intelligence
  • นักวิเคราะห์ยังคงแนะนำ 'ซื้อ' โดยมีราคาเป้าหมาย 12 เดือนที่ 364 ดอลลาร์ (อัปไซด์ 9%) ขับเคลื่อนด้วยธุรกิจบริการที่เติบโตและวัฏจักรของ iPhone 18
  • แม้จะโดดเด่น แต่ Apple ยังต้องเผชิญกับแรงกดดันด้าน Valuation เมื่อเทียบกับ Microsoft และ Alphabet รวมถึงต้องจับตาความเสี่ยงเรื่องรอบการเปลี่ยนมือถือที่ช้าลง

หุ้น Apple ปิดทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 333 ดอลลาร์ ท่ามกลางแนวโน้มเชิงบวกที่อาจพุ่งแตะ 364 ดอลลาร์ รับแรงหนุนจากจีนอนุมัติ Apple Intelligence และธุรกิจบริการที่เติบโต

หุ้น Apple (AAPL) เดินหน้าทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 333.26 ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนการปรับตัวขึ้นกว่า 5.39% ในรอบสัปดาห์ และพุ่งขึ้นถึง 22.81% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน

ขณะที่ Wall St. ให้ความเชื่อมั่นสูงถึง 90% โดยประเมินราคาเป้าหมายในอีก 12 เดือนข้างหน้าไว้ที่ 363.77 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นอัปไซด์ที่สามารถเติบโตได้อีกกว่า 9.15%

ความสำเร็จของ Apple มาจากผลประกอบการไตรมาสเดือนมีนาคมที่แข็งแกร่ง ด้วยรายได้ 1.112 แสนล้านดอลลาร์ (โต 16.6% เมื่อเทียบรายปี) และกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 2.01 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

CREDIT : REUTERS

ปัจจัยหลักมาจากความต้องการ iPhone 17 และรายได้จากกลุ่มธุรกิจบริการที่ทำสถิติใหม่ 3.098 หมื่นล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ บริษัทยังประกาศซื้อหุ้นคืนมูลค่ามหาศาลถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ พร้อมปรับขึ้นเงินปันผลอีก 4%

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2026 เมื่อรัฐบาลจีนอนุมัติให้ Apple เปิดตัวฟีเจอร์ Apple Intelligence ร่วมกับพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นอย่าง Alibaba และ Baidu ข่าวดีนี้ช่วยปลดล็อกความกังวลด้านรายได้ในภูมิภาค Greater China และดันราคาหุ้นให้พุ่งขึ้น 4.2% ภายในวันเดียว

ทำไมตลาดถึงมองบวก?

Apple ถูกขับเคลื่อนด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ การเติบโตของธุรกิจบริการ, กระแสของ iPhone 18 และการสร้างรายได้จาก AI โดย Citi และนักวิเคราะห์หลายสำนักประเมินว่าราคาหุ้นอาจทะยานไปถึงระดับ 365 - 380 ดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ตลาดคาดการณ์ Polymarket ให้โอกาสถึง 96.6% ที่เราจะได้เห็น iPhone 18 ภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงการจับมือกับ Broadcom ยาวไปจนถึงปี 2031 ยิ่งเสริมความมั่นคงด้านซัพพลายเชน

เมื่อเทียบกับยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีรายอื่น Apple ถือว่ามีการซื้อขายในระดับพรีเมียม โดย Microsoft (MSFT) มีค่า P/E ที่ถูกกว่าระดับ 29 เท่า, ขณะที่ Alphabet (GOOGL) มีรายได้เติบโต 21.8% โดยเฉพาะ Google Cloud ที่โตถึง 63%

อย่างไรก็ตาม ความพรีเมียมของ Apple ยังคงสมเหตุสมผลด้วยรูปแบบธุรกิจบริการที่ใช้ต้นทุนต่ำและพลังในการซื้อหุ้นคืนที่แข็งแกร่ง

นักลงทุนยังคงต้องจับตาความท้าทายจากมุมมองเชิงลบ เช่น สำนักวิเคราะห์ KeyBanc ที่ประเมินราคาเป้าหมายไว้เพียง 250 ดอลลาร์ โดยกังวลเรื่องรอบการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนที่นานขึ้น การลดอุดหนุนราคาจากผู้ให้บริการเครือข่าย

รวมถึงคดีความทางกฎหมายกับ OpenAI และแรงเทขายจากผู้บริหารที่สูงถึง 87.6 ล้านดอลลาร์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งหากผลประกอบการพลาดเป้า ค่า P/E ปัจจุบันที่สูงถึง 40 เท่า อาจทำให้ราคาหุ้นมีความเสี่ยงปรับฐานลงมาที่ 308.83 ดอลลาร์ได้

CREDIT : REUTERS

เข้าใจง่ายๆ คือ วันนี้ Apple ไม่ได้เป็นแค่ 'ขายอุปกรณ์' อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น 'ผู้ให้บริการและนวัตกรรม AI' ที่สามารถสร้างรายได้สม่ำเสมอจากผู้ใช้งานทั่วโลก

แม้ในมุมของนักลงทุนมือใหม่ ราคาหุ้นปัจจุบันอาจจะดู 'แพง' และมีความผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่ทำให้ Apple ยังคงโดดเด่น คือ ระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่แข็งแกร่ง ลูกค้ามีความจงรักภักดีสูง และยังคงมีสินค้าใหม่ๆ ที่พร้อมสร้างยอดขายอยู่เสมอ

ที่มา : Yahoo FinanceREUTERS

related