
SHORT CUT
CLICX สินเชื่อ Virtual Bank แห่งแรกของไทย คนแห่กู้สินเชื่อจนแอปฯมีปัญหา สะท้อนวิกฤตขาดสภาพคล่อง พร้อมเตือนสติ หากไม่จ่าย ระวังโดนฟ้องอายัดทรัพย์-ติดแบล็กลิสต์
CLICX เปิดให้บริการฟีเจอร์ 'สินเชื่อพร้อมใช้' อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากแห่เข้าใช้งานพร้อมกันจนระบบเกิดความล่าช้าและล่มในบางช่วงเวลา
ภาพการอวดวงเงินอนุมัติตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่นบาทถูกแชร์ว่อนโลกออนไลน์ พร้อมกับกระแสของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า 'สายบิด' ที่ตั้งใจกู้เพื่อหาช่องโหว่โดยไม่ชำระคืน
CLICX คือ Virtual Bank (ธนาคารไร้สาขา) รายแรกของประเทศไทย ที่เกิดจากการร่วมทุนของ 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย (KTB), บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) และ บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR)
จุดเด่นของสินเชื่อประเภทนี้คือ การใช้เทคโนโลยี AI และ 'ข้อมูลทางเลือก' เช่น ประวัติการจ่ายบิลค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต หรือพฤติกรรมการเติมน้ำมัน มาประเมินความสามารถในการชำระหนี้แทนการขอสลิปเงินเดือนหรือสเตทเมนต์แบบเดิม ทำให้กลุ่มคนทำงานอิสระ ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือผู้ที่ไม่มีประวัติทางการเงิน สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่ายขึ้น
แม้การอนุมัติจะดูเหมือนง่าย แต่ผู้กู้ต้องตระหนักว่า CLICX คือธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เงินกู้ก้อนนี้คือ 'หนี้ในระบบ' ไม่ใช่เงินแจกฟรี หากมีพฤติกรรมจงใจผิดนัดชำระหนี้จะต้องเผชิญกับผลกระทบทางกฎหมายที่รุนแรง ดังนี้
ปรากฏการณ์คนแห่กู้เงินจนระบบล่มตั้งแต่วันแรก ไม่ได้สะท้อนถึงความสำเร็จของแอปพลิเคชันเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนภัยที่สะท้อนให้เห็นถึง 'วิกฤตสภาพคล่องและหนี้ครัวเรือน' ที่ฝังรากลึกในสังคมไทย
การที่ประชาชนจำนวนมากยอมรับเงื่อนไขสินเชื่อไม่ว่าวงเงินจะน้อยนิดเพียงใด และพร้อมนำไปใช้จ่ายทันที แสดงให้เห็นว่าหลายครอบครัวกำลังเผชิญกับภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง เงินกู้ก้อนใหม่นี้อาจไม่ได้ถูกนำไปต่อยอดสร้างรายได้ แต่อาจถูกนำไปหมุนเวียนจ่ายค่าครองชีพรายวันหรือโปะหนี้เก่า
นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังเป็นบททดสอบสำคัญของระบบ AI และวงการ Virtual Bank ในไทย ว่าจะสามารถบริหารความเสี่ยงและรักษาสมดุลระหว่าง 'การสร้างโอกาสทางการเงิน' กับ 'การควบคุมหนี้เสีย (NPL)' ได้อย่างไร
ที่มา : CLICX