
ทีมวิจัยจีนชี้ช่องอนาคต พัฒนาชิป AI แปลงแสงเป็นโทเคนโดยตรง ตัดขั้นตอนยุ่งยาก ประหยัดพลังงานกว่าเดิม 10 เท่า ยกระดับความเร็วให้ปัญญาประดิษฐ์
การศึกษาดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยหนานจิงและมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับโลกอย่างเนเจอร์ เซนเซอร์ (Nature Sensors) เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ทีมวิจัยประสบความสำเร็จในการสร้าง ชิปประมวลผลภาพ ที่ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมๆ ด้วยการทำงานที่รวบรัดและเปี่ยมประสิทธิภาพ
ประโยชน์หลักที่ผู้ใช้งานจะได้รับอย่างชัดเจน นั่นคือความรวดเร็วและการประหยัดพลังงานขั้นสุด ชิปตัวนี้ทำงานต่างจากเทคโนโลยีเก่าอย่างสิ้นเชิง
• รวมศูนย์การทำงาน: พิกเซลเฉพาะทางจำนวนมากในชิปสามารถตรวจจับแสง จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลได้ในตัวเองพร้อมๆ กัน
• ข้ามขั้นตอนดิจิทัล: วงจรส่วนต่อพ่วงจะเปิดใช้งานพื้นที่พิกเซลเป็นบล็อกๆ และใช้ลำดับแรงดันไฟฟ้าเพื่อคำนวณข้อมูลเชิงแสงรูปแบบแอนะล็อก ก่อนแปลงเป็นโทเคนโดยตรง ช่วยลดการพักและถ่ายโอนข้อมูลที่ทำให้ระบบล่าช้า
• ประสิทธิภาพพลังงานสูง: การทดสอบยืนยันว่าชิปตัวนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในขั้นตอนสร้างโทเคนได้มากกว่า 10 เท่า
• ความแม่นยำสูง: ยังคงรักษาความแม่นยำในการจดจำภาพไว้ได้สูงถึง 87.3% ซึ่งใกล้เคียงกับมาตรฐานซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม "การตัดขั้นตอนที่สิ้นเปลืองออกไป คือหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาทางวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยม"
ศาสตราจารย์เมี่ยวเฟิงจากมหาวิทยาลัยหนานจิง ระบุว่าเทคโนโลยีนี้อาจเป็นรากฐานสำคัญสำหรับระบบประมวลผลภาพที่มีความหน่วงต่ำมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่วงการเทคโนโลยีต้องการอย่างยิ่งในการพัฒนา
• โดรน
• ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ
• ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพในวงกว้าง
เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ฉลาดขึ้น แต่ยังใช้ทรัพยากรโลกน้อยลงด้วย นับเป็นก้าวเล็กๆ ของฮาร์ดแวร์ แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของวงการ AI
ข่าวที่เกี่ยวข้อง