
SHORT CUT
แฮกเกอร์ป่วนฝรั่งเศส-ยุโรป! เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ต เร่งอุณหภูมิ 50 องศาฯ ทำอาหารเน่าเสีย-ไฟไหม้ เสียหายหลายสิบล้านยูโร
เกิดเหตุโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในฝรั่งเศสและหลายประเทศในทวีปยุโรป เมื่อกลุ่มแฮกเกอร์ได้เจาะระบบควบคุมตู้เย็นและตู้แช่แข็งที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตภายในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายร้อยแห่ง พร้อมปรับเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นถึง 50 องศาเซลเซียสติดต่อกันนานหลายชั่วโมงตลอดทั้งคืน ส่งผลให้อาหารสดและอาหารแช่แข็งเน่าเสียสะสมเป็นจำนวนมาก ตลอดจนเกิดเพลิงไหม้ในบางพื้นที่ ทำให้ผู้ค้าปลีกต้องเร่งระดมพนักงานทิ้งสินค้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้บริโภค
สำนักงานอัยการกรุงปารีสแถลงเมื่อวันจันทร์ (12 ตุลาคม) ยืนยันว่าการโจมตีทางไซเบอร์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อตู้เย็นแบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของห้างค้าปลีกอาหารรายใหญ่ทั่วฝรั่งเศส โดยนายกรัฐมนตรี เซบาสเตียน เลอคอร์นู ได้สั่งการให้สำนักงานความมั่นคงทางไซเบอร์แห่งชาติของฝรั่งเศส (ANSSI) เร่งสืบสวนสอบสวนทันที พร้อมประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากพบรายงานเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในสเปน โปรตุเกส โปแลนด์ เยอรมนี และเบลเยียม ขณะที่ เธียร์รี โคติยาร์ด ซีอีโอของ Intermarche ประเมินว่า ความเสียหายเฉพาะในฝรั่งเศสอาจสูงถึง 'หลายสิบล้านยูโรภายในวันเดียว'
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำได้รับผลกระทบรวดเร็ว เช่น Intermarche พบตู้เย็นในร้านค้ากว่า 150 แห่งถูกเร่งความร้อนถึง 50 องศาเซลเซียส นาน 6 ชั่วโมงจนต้องทิ้งอาหารทั้งหมด ส่วนห้าง Carrefour รายงานว่ามีสาขาได้รับผลกระทบ 80 แห่ง และ Monoprix ถูกโจมตีประมาณ 5% ของสาขาทั้งหมด นอกจากนี้ กลุ่ม Cooperative U ก็ตกเป็นเป้าหมายด้วยเช่นกัน โดย โดมินิก เชลเชอร์ ซีอีโอ ระบุผ่าน X ว่า การมุ่งเป้าทำลายระบบถนอมอาหารที่เป็นหัวใจสำคัญของการจัดหาอาหารให้ประชาชนถือเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่ง
สำหรับต้นตอของช่องโหว่ทางไซเบอร์ครั้งนี้ ANSSI ตรวจพบว่าเกิดจากซอฟต์แวร์และคอนโทรลเลอร์รุ่น AK-SM 800A ของบริษัท Danfoss ผู้ผลิตระบบจัดการความเย็นสัญชาติเดนมาร์ก ซึ่งระบบที่ถูกเจาะส่วนใหญ่ใช้เฟิร์มแวร์เวอร์ชันล้าสมัย ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถข้ามขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิ์และส่งชุดคำสั่งเข้าไปควบคุมอุปกรณ์จากระยะไกลได้ โดยก่อนหน้านี้ในเดือนอุตหาคม ก็เคยเกิดเหตุการณ์แฮกระบบตู้เย็นในร้านค้าของกองทัพสหรัฐฯ และบริษัท Claroty เคยออกเตือนภัยช่องโหว่ดังกล่าวมาแล้ว
ขณะเดียวกัน วิกฤตไซเบอร์ในภาคค้าปลีกยังขยายวงกว้างไปยังประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อ Ahold Delhaize ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกเจ้าของเครือข่าย Albert Heijn ประกาศปิดระบบไอทีชั่วคราวหลังพบ 'ปัญหาด้านความปลอดภัย' จนต้องยกเลิกการจัดส่งสินค้าออนไลน์ และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังเว็บไซต์ของเครือห้างในสหรัฐฯ อย่าง Stop & Shop และ Food Lion แม้ทางบริษัทจะระบุว่ายังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงกับการโจมตีตู้เย็นในฝรั่งเศสก็ตาม ทว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ได้สะท้อนถึงความเปราะบางของระบบอุตสาหกรรมที่พึ่งพาอินเทอร์เน็ต (IoT) และตอกย้ำความสำคัญของการยกระดับความมั่นคงทางไซเบอร์ในห่วงโซ่อุปทานอาหารระดับโลก