
SHORT CUT
หุ้น Apple ปิดตลาดทะลุ 342.96 ดอลลาร์ ดันมูลค่าบริษัทแตะ 5 ล้านล้านดอลลาร์อีกครั้ง รับแรงหนุนยอดจอง iPhone 18 Pro และก้าวใหม่ภายใต้ซีอีโอ John Ternus
Apple สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้ง มูลค่าบริษัทกลับขึ้นไปแตะระดับ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐได้สำเร็จ หลังราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1% ปิดตลาดที่ 342.96 ดอลลาร์ คิดเป็นมูลค่ารวมราว 5.005 ล้านล้านดอลลาร์ นับเป็นบริษัทที่สองของโลกรองจาก NVIDIA
ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Apple เพิ่งทำลายสถิติ 4 ล้านล้านดอลลาร์ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2025 และเคยแตะระดับ 5 ล้านล้านดอลลาร์ช่วงสั้นๆ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา โดยภาพรวมราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวสูงขึ้นแล้วประมาณ 26% นับตั้งแต่ต้นปี และพุ่งขึ้นเกือบ 40% ในรอบ 12 เดือน
ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากความต้องการ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ที่แข็งแกร่งเกินคาด แม้ก่อนหน้านี้จะมีรายงานความกังวลเรื่องการปรับลดกำลังการผลิตก็ตาม
ปัจจุบันระยะเวลารอจัดส่งสำหรับการสั่งซื้อออนไลน์ของรุ่น Pro Max อยู่ที่ประมาณ 3 สัปดาห์ สะท้อนว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานเพื่อรองรับความต้องการของตลาดได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้
ด้านการบริหารจัดการ การทะยานขึ้นของมูลค่าบริษัทเกิดขึ้นเพียงเดือนเศษหลังจาก John Ternus ก้าวขึ้นรับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ต่อจาก Tim Cook ที่ลงจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา
การเปลี่ยนผ่านผู้นำครั้งนี้มาพร้อมกับการรุกตลาดสมาร์ทโฮมอย่างเต็มตัวผ่านการเปิดตัว HomeView ฮับอัจฉริยะเพื่อท้าชนเจ้าตลาดอย่าง Amazon และ Google
นอกจากนี้ Apple ยังสามารถกู้คืนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในสมรภูมิ AI ได้สำเร็จ หลังจากเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความล่าช้าของ Apple Intelligence โดยบริษัทได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ Google เพื่อนำโมเดล AI มาเสริมทัพ พร้อมอัปเกรด Siri AI ครั้งใหญ่ รวมถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกลุ่มธุรกิจบริการ
สำหรับแผนการตลาดในอนาคตที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ประกอบด้วยการขยับตารางเปิดตัว iPhone 18 รวมถึง iPhone 18e และ iPhone Air 2 ไปเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027 เพื่อสร้างความต่อเนื่องของรายได้
การเปิดตัวสมาร์ทโฟนจอพับ iPhone Duo ในราคา 1,999 ดอลลาร์จะช่วยดึงราคาขายเฉลี่ยให้สูงขึ้น ตลอดจนแผนการเปิดตัว MacBook หน้าจอสัมผัสรุ่นแรก และ iPad รุ่นปรับปรุงใหม่ภายในเดือนนี้
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้ต้องปรับขึ้นราคาสินค้าในกลุ่ม iPhone, iPad และ Mac
ที่มา : Yahoo Finance, REUTERS