ข่าว เศรษฐกิจ

ดิจิตอลไล่ฆ่า SMEs! ‘เกษตร-พืชไร่’ กระอัก – ‘แบงก์’ ปิดตายปล่อยกู้กลุ่มตกยุค

 

“แบงก์” จัดระเบียบสินเชื่อเอสเอ็มอี สกัดหนี้เสียพุ่ง ลั่น! ปิดประตูกู้ธุรกิจตกยุคดิจิตอล เผย ภาคเกษตร พืชไร่ วัสดุก่อสร้างขนาดเล็ก มีสิทธิ์สูญพันธุ์ … “กรุงไทย” ยัน! ยังปล่อยกู้ปกติ เน้นเอสเอ็มอีบัญชีเดียว

 

 

ธนาคารรัฐสนองนโยบายรัฐบาล จัดสินเชื่อกว่า 2 แสนล้านบาท เข้าดูแลธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในปี 2561 ขณะที่ ธนาคารพาณิชย์ยังระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอี เนื่องจากความเสี่ยงหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในกลุ่มนี้ ที่ยังเพิ่มไม่หยุด

นายศิริเดช เอื้องอุดมสิน รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมธุรกิจเอสเอ็มอียังเป็นธุรกิจที่ได้รับแรงผลกระทบมากต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและเทคโนโลยี และในปี 2561 จะเป็นปีที่เห็นผลต่อเนื่องชัดเจนขึ้น

โดยธุรกิจใดที่ไม่ปรับตัวจะถูกภัยคุกคามจากเทคโนโลยี (Technology Disruption) ธุรกิจที่มีต้นทุนแพงกว่า จะถูกธุรกิจที่มีต้นทุนถูกกว่าแย่งตลาด เช่น ต้นทุนการผลิตที่จีนที่ถูกกว่า หรือ ธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซ ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบัน

 

 

“ปัญหาของธุรกิจเอสเอ็มอี คือ จะต้องปรับตัวให้ทัน ปรับโมเดลธุรกิจ เน้นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า ธนาคารและสถาบันการเงินก็ต้องปรับตัวเช่นกัน โดยลดความเสี่ยงในกลุ่มที่มีความเสี่ยง เช่น กลุ่มที่แข่งขันไม่ได้ และไม่ปรับตัว อาทิ กลุ่มเกษตร หรือกลุ่มที่มีต้นทุนสูง เป็นต้น”

ขณะเดียวกัน การติดตามปัญหาหนี้จะต้องรวดเร็วขึ้น เพราะปัญหาเอ็นพีแอลในกลุ่มเอสเอ็มอียังคงเป็นปัญหาสำคัญในปีหน้า งวด 9 เดือนของปีนี้ ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้เอสเอ็มอี รวม 4.60 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 3 ปี 2559 ที่ 4.48 ล้านล้านบาท เป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัว แต่ยังขยายตัวได้ในหลายธุรกิจ เช่น ธุรกิจพลังงาน และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก ขณะที่ คุณภาพสินเชื่อด้อยลง เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นจาก 4.42% เป็น 4.63% ต่อสินเชื่อรวม

นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ลูกค้าขนาดเล็กและเล็กมาก ๆ ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยง ที่ธนาคารอาจจะลงลึกไม่ได้ เหมือนเช่นที่ธนาคารเฉพาะกิจ (SFIs) ดำเนินการ ธนาคารจึงเน้นกลุ่มที่ขยายตัวได้ดี เช่น ท่องเที่ยว ส่งออก และค้าปลีก

 

 

ส่วนกลุ่มที่ยังเป็นกลุ่มที่เฝ้าระมัดระวัง เพื่อลดความเสี่ยง จะเป็นกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับเกษตร พืชไร่ หรือกลุ่มวัสดุก่อสร้างขนาดเล็กในบางพื้นที่ เป็นต้น

| จี้! แฟชั่น-อาหารปรับตัว |

แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ กล่าวว่า เอสเอ็มอีปีนี้ ในรายที่มีปัญหายังสามารถประคองตัวอยู่ได้ ปีหน้าแนวโน้มน่าจะปรับตัวได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ จากนโยบายรัฐบาล ที่มีมาตรการส่งเสริมผลักดันออกมาเป็นระยะ

“จากที่สำรวจ หลายธุรกิจมียอดขายลดลง ทำให้ความต้องการใช้สินเชื่อหมุนเวียนลดลงเช่นกัน ซึ่งถือเป็นความระมัดระวังของลูกค้าเองด้วย ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีที่ต้องปรับตัว เช่น สินค้าฟุ่มเฟือย ประเภทอาหาร เสื้อผ้า เป็นต้น

 

 

| BAY ชี้! ส่งออก ‘ถั่วแระ’ รุ่ง |

นายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านลูกค้าธุรกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (BAY) กล่าวว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กต้องช่วยตัวเองให้อยู่รอดในภาวะที่เศรษฐกิจและการทำตลาดปรับตัวเร็วมาก ที่สำคัญ ต้องดูการเปลี่ยนแนวการทำตลาดบนออนไลน์ นอกจากสร้างธุรกิจใหม่ ๆ เช่น โลจิสติกส์ แล้ว หากเอสเอ็มอีที่ผลิตสินค้าขายหน้าร้าน ฝากขาย อาศัยโฆษณา สามารถเลือกเป็นช่องทางทำตลาด จะทำให้ต้นทุนถูกและเข้าถึงลูกค้าได้

ที่ผ่านมา ยอมรับว่า ผู้ประกอบการรายเล็กยังมีปัญหา แต่ไม่สามารถเหมารวมว่า ทั้งอุตสาหกรรมไม่ดี โดยธนาคารพบลูกค้าภาคเกษตรยังไปได้ดี เช่น ส่งออกถั่วแระและมันสำปะหลังไปตลาดญี่ปุ่น ขณะที่ บางสินค้าราคาตกต่ำก็ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ในส่วนของสถาบันการเงินเอง มีวงเงินจำกัด จึงไม่สามารถช่วยทุกราย จึงต้องเน้นกลุ่มที่จะอยู่รอด แล้วสนับสนุนให้เติบโตได้

| กรุงไทยยัน! ยังปล่อย |

นายปฏิเวช สันตะวานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารตั้งเป้าเติบโตธุรกิจเอสเอ็มอี 2 เท่าของจีดีพี กลุ่มเป้าหมายมุ่งส่งเสริมตามนโยบายภาครัฐ เช่น ธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีนวัตกรรม ธุรกิจเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เกษตรต่อเนื่องที่มีมูลค่าเพิ่ม และพื้นที่ในเป้าหมายอีอีซี และในภูมิภาคเออีซี

 

 

สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีกลุ่มอื่น ๆ ยืนยันว่า ยังคงปล่อยสินเชื่อตามปกติอยู่ แต่ต้องยอมรับว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีมีทั้งที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อและไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ โดยธนาคารพิจารณาตามหลักเกณฑ์คุณสมบัติของการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งหากกลุ่มไหนที่ไม่ได้รับการอนุมัติ อาจเป็นผลมาจากสถานะที่อ่อนแอ และไม่มีการปรับตัวหรือการพัฒนา ทั้งในด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ การผลิต และการตลาด เป็นต้น รวมถึงการทำบัญชีเดียว เป็นสิ่งที่ธนาคารจะให้ความสำคัญมากขึ้นหลังจากนี้ ซึ่งลูกค้ากลุ่มใดที่ไม่ได้เข้าสู่บัญชีเดียว จะได้รับการพิจารณาสินเชื่อภายใต้งบดุลที่มีอยู่ ซึ่งอาจจะยากต่อการอนุมัติสินเชื่อในระยะข้างหน้า จึงเป็นสิ่งที่ลูกค้าเอสเอ็มอีควรรู้จุดอ่อนและรีบปรับตัวให้ทัน เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดและได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

อย่างไรก็ดี ธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นธุรกิจที่อ่อนไหวต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงมากกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ ทำให้ประเด็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นปกติ เพราะธุรกิจเอสเอ็มอี มีทั้งแข็งแรงและอ่อนแอ แต่ธนาคารมองในเชิงบวกคาดหวังปี 2561 ปัญหาหนี้เอ็นพีแอลจะเกิดขึ้นไม่มากกว่าเดิม หรือเร่งตัวเร็วขึ้นมากนัก

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,322 วันที่ 14-16 ธ.ค. 2560 หน้า 01-02

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน