สุเมธ เยียวยาทั้งไฟล์ทซูริค คาดกระทบแผนฟื้นฟูการบินไทย

23 ต.ค. 2018 เวลา 3:59 น.

อดีตรองปลัด ที่สละที่นั่งเฟิร์สคลาสให้คณะนักบิน หวังการบินไทย ถอดบทเรียน ปรับปรุงการปฏิบัติงาน ด้านดีดีการบินไทย ยืนยันพร้อมเยียวยา 300 ผู้โดยสาร ที่ได้รับผลกระทบ

วานนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเที่ยวบินทีจี 971 เส้นทางซูริค-กรุงเทพฯ เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ล่าช้ากว่ากำหนดการถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง หลังจากมีปัญหาที่นั่งเฟิร์สคลาสของคณะนักบินนั้น ได้มีการเชิญตัวเชิญนักบินในเที่ยวบินดังกล่าว และนายสถานีซูริค เข้ามาให้ข้อมูลถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

ขณะที่ นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย เปิดเผยว่า มีการเรียกตัวทั้ง 2 คน เข้าพบเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นการสอบสวน และการพูดคุยครั้งนี้ ไม่มีผลต่อการสอบสวนของคณะกรรมการ ที่จะทำงานอย่างเป็นอิสระ และคาดว่าจะมีการส่งผลสอบสวน เข้ามาภายในสัปดาห์หน้า แต่จากการพูดคุยฝ่ายนักบิน และนายสถานีซูริค พบว่า เป็นปัญหาการสื่อสารของทั้ง 2 ฝ่าย ที่ไม่ได้หารือ และสื่อสารกันให้เข้าใจ รวมถึงทั้งคู่ก็ยึดมั่นปฏิบัติตามกฎในคู่มือของตัวเอง

ซึ่งปัญหาเกิดจากจุดนี้ เนื่องจากกฎของทั้ง 2 ฝ่ายมีช่องว่าง และการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากช่องว่างนั้น ถือว่าไม่เหมาะสม จนกระทบผู้โดยสาร และลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่โต โดยปัญหาลักษณะนี้มีการทุกที่ ไม่ใช่แค่เฉพาะการบินไทย เบื้องต้นพร้อมเยียวยาผู้โดยสารบนเที่ยวบินดังกล่าวทั้ง 300 คน ในลักษณะให้ไมล์สะสม หรือดูแลเป็นพิเศษ สำหรับเที่ยวบินถัดไป หรือผู้โดยสารขอเลือกสิทธิอื่นๆ ภายใต้พื้นฐานเดียวกัน ที่ไม่มากจนเกินไปได้

อย่างไรก็ตามนายสุเมธ ยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้มีความรู้สึกโมโห เนื่องจากได้ส่งผลกระทบต่อแผนฟื้นฟูการบินไทย ที่ต้องส่งให้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาภายในระยะเวลา 1 เดือน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา คงเป็นไปได้ยากแล้ว โดยจะมีการนำปัญหาดังกล่าว ถอดเป็นบทเรียนในอนาคตต่อไป

ขณะที่นายศักดา พันธ์กล้า อดีตรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้ร้องเรียน ที่ยอมสละที่นั่งเฟิร์สคลาสให้คณะนักบิน ได้ทำหนังสือถึงผู้บริการการบินไทย โดยขอบคุณทางผู้บริหารสายการบิน ที่ส่งตัวแทนเข้ามาขอโทษตนเอง และภรรยา ถึงบ้านพัก เบื้องต้นขอชี้แจงว่า ไม่ได้รู้สึกเสียใจต่อกรณีถูกย้ายจากที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาส ไปนั่งในชั้นธุรกิจเลย เนื่องจากตอนซื้อบัตรขากลับ ไม่ได้ขอใช้สิทธิ์พิเศษใดๆ ในการอัพเกรดที่นั่ง รวมทั้งช่วงที่รับบัตรโดยสาร ตนไม่ได้เลือกที่นั่งเอง แต่เจ้าหน้าที่เป็นผู้เลือกให้ เพียงรู้สึกข้องใจว่า เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ทำให้ผู้โดยสารกว่า 300 คน ต้องเสียเวลาไป 2 ชั่วโมงครึ่ง จึงต้องมีการร้องเรียนตามช่องทาง

โดยผู้โดยสารเกือบทุกคน ขณะรอขึ้นเครื่องนั้น ไม่ทราบเรื่องว่า เครื่องบินล่าช้าเพราะสาเหตุอะไร ทำให้รู้สึกกังวลใจถึงเรื่องความปลอดภัย ตลอดการเดินทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น จึงอยากให้ทางการบินไทย นำเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นบทเรียน นำมาทบทวน และปรับปรุงการปฏิบัติงานของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาบริการแก่ผู้โดยสารที่ดีขึ้น อีกทั้งเพื่อภาพลักษณ์ของสายการบิน ตนหวังว่าจะมีการชี้แจงข้อเท็จจริงกับสังคมว่า เกิดอะไรขึ้นไม่เช่นนั้นปัญหาที่เกิดขึ้น จะทำให้ภาพลักษณ์ของนักบินที่ดี รวมถึงเจ้าหน้าที่ในการบินไทย ที่มีความเป็นมืออาชีพ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ต้องเสื่อมเสียไปด้วย

สุดท้ายนี้ตนเองยังเคารพในสิทธิ์ของทุกท่าน และไม่ได้โกรธเคืองการบินไทย โดยหวังว่าการบินไทย จะรักผู้โดยสารเท่าฟ้าเหมือนดังคำขวัญที่ว่าการบินไทยรักคุณเท่าฟ้า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด