Breaking ข่าว

“บิตคอยน์” ร้อน แห่ซื้อ “คอมพ์-การ์ดจอ” ขุดเหมือง แบงก์เตือนเสี่ยงสูงฟองสบู่

 

แห่ซื้อคอมพิวเตอร์สเปกสูง ปั่นค่าเงินสกุลบิตคอยน์ นักวิเคราะห์ไอดีซี ระบุ ไทยเพิ่งเริ่ม หวั่นกลายเป็นฟองสบู่ เจ.ไอ.บี. ระบุ ร้านเน็ตแหล่งชุมนุมนักขุดทองเงินดิจิตอล “กรุงไทย” เตือนเสี่ยงสูง

วันที่ 5 ก.ค. 60 — นสพ.ฐานเศรษฐกิจ สื่อในเครือ สปริง กรุ๊ป ฉบับ 3276 ระหว่างวันที่ 6-8 ก.ค. 2560 รายงานว่า ผลตอบแทนของสกุลเงินดิจิตอลอย่าง “บิตคอยน์” เป็นแรงจูงใจให้กับนักขุดทองทั่วโลกเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์จากการลงทุน ไม่เว้นแม้แต่คนไทย ที่เริ่มมีนักขุดบิตคอยน์ แห่ซื้อคอมพิวเตอร์และการ์ดจอสเปกสูง สร้างเป็นเหมืองหรือฟาร์ม เพื่ออาศัยพลังคอมพิวเตอร์แก้โจทย์คณิตศาสตร์ โดยผู้ที่แก้โจทย์สำเร็จและทำการรับรองเป็นรายแรก ก็จะได้รับผลตอบแทนจำนวน 10 บิตคอยน์ ทุก 25 นาที ที่มีการแก้โจทย์ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นส่งอานิสงส์ต่อตลาดคอมพิวเตอร์ไทย โดยเฉพาะเครื่องประกอบและชิ้นส่วนประกอบ ที่มีแรงซื้อมากขึ้นหลังจากที่ซบเซามาเป็นเวลานาน

 

เหมา 100 เครื่องสร้างเหมือง

นายจาริตร์ สิทธุ ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัยตลาดไคลเอนต์ ดีไวซ์ และหัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท ไอดีซี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปรากฏการณ์ที่เริ่มเกิดขึ้นกับตลาดคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนประกอบ ทั้งการ์ดจอและหน่วยประมวลผล ของไทยปีนี้ คือ มีคนกลุ่มหนึ่งมีการจัดซื้อคอมพิวเตอร์และการ์ดจอที่มีสมรรถนะหรือสเปกสูง เพื่อนำไปใช้สร้างเป็นเหมืองสำหรับใช้คำนวณคณิตศาสตร์ เพื่อแก้โจทย์และรับรองบิตคอยน์เป็นรายแรก

ขณะที่ บางรายมีการจัดซื้อคอมพิวเตอร์หลัก 100 เครื่อง ระดับราคาตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป เพื่อสร้างเหมืองหรือฟาร์ม เพื่อให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้ามาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับขุดเงินสกุลบิตคอยน์ ซึ่งมองว่า เงินสกุลดังกล่าวช่วยสร้างธุรกิจใหม่

ทั้งนี้ มีการคำนวณกันว่า การลงทุนในสกุลเงินบิตคอยน์ หรือการจัดตั้งเหมืองบิตคอยน์นั้น นักลงทุนจะสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลา 1 ปีครึ่ง ทำให้มีผู้สนใจลงทุนทั่วโลกแห่เข้ามาทำเหมืองมากขึ้น และมีธุรกิจใหม่เกิดขึ้น โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในสหรัฐฯ และจีน มาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว ในเมืองไทยเพิ่งเริ่ม โดยกลุ่มคนยังจำกัด ซึ่งมองว่า ยังไม่มีผลต่อตัวเลขการเติบโตของตลาดคอมพิวเตอร์และการ์ดจออย่างมีนัยยะสำคัญ แต่ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่เป็นสีสัน และปลุกให้ตลาดคอมพิวเตอร์ประกอบที่ซบเซามาเป็นเวลา 4-5 ปี ให้กลับมาคึกคักมากขึ้น ส่วนบิตคอยน์จะไปได้ไกลหรือไม่ ต้องรอการพิสูจน์ความเชื่อมั่น โดยขณะนี้หลายคนกำลังมองว่า การปั่นค่าเงินสกุลบิตคอยน์ของนักขุด จะทำให้เงินสกุลดังกล่าวกลายเป็นฟองสบู่”

 

สั่งการ์ดจอสเปกสูง

นายสมยศ เชาวลิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.ไอ.บี. คอมพิวเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายคอมพิวเตอร์ประกอบรายใหญ่ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ซื้อคอมพิวเตอร์และวีจีเอการ์ด หรือ การ์ดจอ ไปใช้สำหรับขุดบิตคอยน์เพิ่มขึ้น เนื่องจากให้ผลตอบแทนการลงทุนดี สามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลา 5 เดือน จากเดิม 12-15 เดือน 

สำหรับสเปกคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับขุดบิตคอยน์นั้น เริ่มต้นจากหน่วยประมวลผลอินเทลเซเลอรอนถึงคอร์ไอ 7 หน่วยความจำ หรือแรม 4 กิกะไบต์ เมนบอร์ดรุ่นธรรมดาที่รองรับการใช้วีจีเอการ์ดได้จำนวนมาก โดยหัวใจสำคัญของคอมพิวเตอร์ขุดบิตคอยน์ คือ วีจีเอการ์ด หรือ การ์ดจอสเปกสูง ราคา 8,000-9,000 บาท ซึ่งคอมพิวเตอร์ที่บริษัทสามารถประกอบได้ขณะนี้ สามารถใส่การ์ดจอสูงสุด 6 ตัว ราคาเฉลี่ยต่อเครื่องประมาณเริ่มต้นตั้งแต่ 70,000-200,000 บาท

“กลุ่มแรกที่เข้าไปขุดบิตคอยน์ คือ กลุ่มร้านอินเตอร์เน็ต ซึ่งเจ้าของกิจการส่วนใหญ่จบวิศวะคอมพิวเตอร์ มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำไประยะหนึ่งคืนทุน ก็นำคอมพิวเตอร์ไปขยายสาขาใหม่ ซึ่งขณะนี้กระแสการตื่นบิตคอยน์ทั่วโลก ทำให้กลุ่มผู้ขุดบิตคอยน์ในไทยเริ่มขยายไปยังกลุ่มนักลงทุนทั่วไป ที่ไม่ใช่ร้านอินเตอร์เน็ตหรือคนจบวิศวะคอมพิวเตอร์”

 

เตือน “บิตคอยน์” เสี่ยงสูง

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า หากพิจารณาการเคลื่อนไหวของบิตคอยน์จาก Bloomberg ที่ผ่านมา เมื่อปี 2553 พบราคาเริ่มต้นที่ 0.06 ดอลลาร์สหรัฐฯ จนถึงปัจจุบัน (4 ก.ค. 2560) ปรับขึ้นมาอยู่ในระดับ 2,622.83 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยราคาปรับลดลงจากที่เคยปรับขึ้นไปสูงสุดที่ 2,834.48 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ณ วันที่ 9 มิ.ย. 2560) หรือเฉลี่ย 339.33 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งการปรับเพิ่มหรือลดลงของราคาดังกล่าว สะท้อนความผันผวน เพราะการกำหนดราคาไม่มีผู้กำกับ อีกทั้งส่วนหนึ่งเป็นผลจากดีมานด์ค่อนข้างสูง เนื่องจากตลาดจะมีบิตคอยน์อยู่ประมาณ 21 ล้านหน่วย จึงส่งผลต่อการปรับเพิ่มลงของราคาในบางช่วงเวลา แต่ขณะเดียวกัน เนื่องจากปัจจุบันบิตคอยน์ยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลหากจะมีการเพิ่มปริมาณก็สามารถทำได้ในแง่ของการทำธุรกรรมบิตคอยน์มองเป็น 2 มิติ คือ สินค้าที่สกุลเงินปกติที่ธนาคารกลางแต่ละประเทศกำกับไม่สามารถหาซื้อ อาจเป็นบริการหรือธุรกรรมผิดกฎหมาย ยาเสพติด หรือบริการเรียกค่าไถ่ หรือสำหรับคนที่ซื้อสินค้าโดยไม่ต้องการแสดงตัวตน

 

ระวังภาวะฟองสบู่

ทั้ง 2 มิติ เป็นจุดเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยที่ยังต่ำ โดยผู้โอนไม่สามารถติดตามเส้นทางเงินดิจิทัล จึงมีความเสี่ยงและเป็นภาวะฟองสบู่มีโอกาสที่จะโดนหลอกสูง โดยเฉพาะเมืองไทยยอมรับว่า ความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่ค่อนข้างสูง ทำให้คนอยากก้าวข้ามเป็นคนร่ำรวย เห็นได้จากธุรกรรมหวยและหมอดูเติบโต ดังนั้น จึงไม่แนะนำให้เข้าไปเสี่ยง เพราะโอกาสถูกหลอกสูงกว่าผลตอบแทนที่จะได้รับ ขณะที่บางครั้งผู้แนะนำหรือชักชวนจะเป็นเพียงแชร์ลูกโซ่ที่ไม่มีการนำไปลงทุนในบิตคอยน์จริง

ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อยู่ระหว่างศึกษาธุรกรรมบิตคอยน์ ขณะที่ผ่านมา ธปท. ออกหนังสือเตือนประชาชนเกี่ยวกับหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ที่อ้างเป็นสกุลเงินดิจิตอล (Onecoin) ว่า ยังไม่มีประเทศใดยอมรับหรือรับรอง Onecoin เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน