แพทย์ เผยโรคตุ่มน้ำพอง เกิดได้กับทุกคนแต่รักษาหาย โดยใช้ยาต่อเนื่อง

05 ก.ค. 2562 เวลา 10:27 น.

แพทย์โรงพยาบาลจุฬาฯ แถลงอาการป่วยของ "เมฆ วินัย ไกรบุตร" อย่างเป็นทางการ ระบุโรคตุ่มน้ำพอง เกิดได้กับทุกคนแต่รักษาหายได้ โดยต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 ก.ค. ที่ห้องประชุม 1210 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ศ.นพ.สุเทพ กลชาญวิทย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ฝ่ายการแพทย์และวิจัย พร้อมด้วยศ.ดร.นพ.ประวิตร อัศวานนท์ หัวหน้าสาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และฝ่ายอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย น.ส.เฉลาศรี เสงี่ยม หัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และนายหัฒศนัย (วินัย) ไกรบุตร ผู้ป่วย ร่วมแถลงการรักษาอาการป่วยอย่างเป็นทางการ

โดย นพ.ประวิตร เปิดเผยว่า อาการป่วยของนายวินัย นั้นเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เพมฟิกอยด์เป็นโรค ซึ่งเป็นโรคที่มีมานานแล้วเกิดจากการทำงานผิดปกติของร่างกาย ภูมิต้านทานของคนเรานั้นมีหน้าที่คอยต่อสู้กับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม และมะเร็ง แต่บางครั้งภูมิต้านทานเหล่านี้ก็จำผิด เลยกลับมาทำอันตรายอวัยวะของตนเอง ทำให้เกิดโรคแพ้ภูมิตัวเองขึ้น

ในส่วนของโรคตุ่มน้ำพอง เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่พบได้ไม่บ่อย แต่ก็ไม่ใช่โรคหายาก โดยสาเหตุเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่มาทำลายโครงสร้างที่ทำหน้าที่ยึดเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังหลุดออกจากกันกลายเป็นตุ่มน้ำและแผลถลอก รอยโรคสามารถพบได้ทั้งผิวหนังและเยื่อบุ โรคที่พบบ่อย มี 2 กลุ่ม ได้แก่ โรคเพมฟิกัสและโรคเพมฟิกอยด์ โดยที่เกิดขึ้นกับนายวินัย คือ โรคเพมฟิกอยด์ พบได้บ่อยกว่า โรคเพมฟิกัส มักพบในอายุมากกว่า 60 ปี หรือผู้สูงอายุเกิดจากมีการหลุดลอกของชั้นหนังกำพร้าออกจากชั้นหนังแท้ จะเกิดการแยกชั้นของผิวหนังที่ลึกกว่า แต่ก็มักจะกินบริเวณไม่กว้างมากนัก ผู้ป่วยมักมาด้วยอาการผื่นแดงคันนำมาก่อน ต่อมาเริ่มมีตุ่มน้ำใสขนาดต่างๆ กัน โดยตุ่มน้ำมีลักษณะพอง แตกยากหรืออาจแตกออกเป็นแผลถลอก รอยโรคที่เยื่อบุพบได้น้อยกว่าโรคเพมฟิกัส และมักไม่เจ็บ โดยทั่วไปความรุนแรงของโรคมักน้อยกว่าเพมฟิกัส

สำหรับ โรคตุ่มน้ำพอง ตรวจได้จากการตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยาร่วมกับการตรวจทางอิมมูนเรืองแสงในการวินิจฉัยโรคด้วย ยาที่ใช้รักษาในช่วงนี้ เป็นยากดภูมิคุ้มกัน โดยโรคตุ่มน้ำพองมีการดำเนินโรคค่อนข้างเรื้อรังเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี หลังจากโรคสงบแล้วอาจเป็นซ้ำได้ ในกรณีที่สงสัยว่าจะเป็นโรคตุ่มน้ำพอง แนะนำให้รีบไปพบแพทย์เพื่อจะได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรค การรักษาจากนี้อาจต้องใช้เวลา

ทั้งนี้ ผู้ป่วยต้องมารักษาต่อเนื่องมาตามแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ ทานยาต่อเนื่อง ไม่ควรลดหรือเพิ่มยาเองและดูแลรักษาแผลอย่างถูกวิธี จะช่วยให้โรคสงบได้เร็วขึ้น ทำให้ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป ไม่มีรอยโรคใหม่เกิดขึ้น

ขณะที่ นายวินัย ไกรบุตร กล่าวขอบคุณแฟนคลับ และ ผู้จัดละคร ที่แสดงความเป็นห่วง รวมถึงทีมแพทย์ และบุคลากรของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่ให้การดูแลเป็นอย่างดี