Breaking ข่าว

โลกร้อน ทำแหล่งธรรมชาติอยู่ในภาวะเสี่ยง

 

กรุงบอนน์ ประเทศเยอรมนี กำลังจัดประชุมความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ คอป23 เผยตัวเลขที่น่าตกใจ ที่แหล่งธรรมชาติของโลกหลายแห่งกำลังตกในอยู่ภาวะอันตราย

ปรากฏการณ์ธารน้ำแข็งละลาย ปะกาลังฟอกขาว รวมไปถึงภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน เป็นภาพยืนยันคำแถลงของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ ไอยูซีเอ็น (IUCN) ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลในเวทีการประชุมความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ คอป23 (COP 23) จัดขึ้นในเมืองบอนน์ ประเทศเยอรมนี ว่าจำนวนแหล่งธรรมชาติ ในบัญชีแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติขององค์การยูเนสโก ตกอยู่ในสภาวะอันตรายเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 2 เท่า ภายในเวลา 3 ปีเท่านั้น โดยสภาวะโลกร้อนเป็นสาเหตุที่ทำให้แหล่งธรรมหลายแห่งต้องตกอยู่ในอันตราย

รายงานระบุว่า
Grapics 1: จำนวนแหล่งธรรมชาติที่ตกอยู่ในสภาวะเสี่ยง ขณะนี้อยู่ที่ 62 แห่ง เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ 35 แห่ง นับตั้งแต่ปี 2014

Graphics 2: จากแหล่งธรรมชาติในบัญชีมรดกโลกขององค์การยูเนสโกทั้งหมด ขณะนี้ มีแหล่งธรรมชาติราว 29 เปอร์เซ็นต์ ต้องเผชิญกับภัยคุกคามครั้งใหญ่ ขณะที่ 7 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง

Graphics 3 / 4 : ซึ่งในจำนวนนี้มีอุทยานแห่งชาติเอเวอร์เกลดส์ ในสหรัฐฯ และทะเลสาบเทอร์คานาในเคนยารวมอยู่ด้วย

ด้านผู้อำนวยการไอยูซีเอ็น กล่าวว่า รายงานตัวเลขแหล่งธรรมชาติในสภาวะเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในครั้งนี้ เป็นอันตรายต่อมรดกทางธรรมชาติ และเป็นเหตุผลให้ประชาคมโลก จะต้องมีพันธกิจร่วมกัน ในการดำเนินการตามข้อตกลงปารีสว่าด้วยการลดโลกร้อน

การประชุมคอป 23 ในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อให้แต่ละประเทศร่วมกันบรรลุข้อตกลงปารีส คือการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยโลกให้อยู่ในระดับที่ไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส ซึ่งการประชุมในครั้งนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศจะถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าว แม้ว่าสหรัฐฯ เป็นประเทศที่ผลิตก๊าซเรือนกระจกสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากจีนก็ตาม ทำให้ทั่วโลกเกิดความกังวลว่า หากสหรัฐฯถอนตัวได้สำเร็จจริง จะทำให้การบรรลุเป้าหมายเป็นไปได้ยากมากขึ้น และนำมาซึ่งความอันตรายกับแหล่งธรรมชาติทั่วโลก