ข่าว ต่างประเทศ

‘เฟด’ เตือน! นักค้า ‘บิทคอยน์’ มีความเสี่ยงสูง-ไม่มั่นคง

 

เกาหลีใต้เปิดประชุมฉุกเฉินเรื่อง “บิทคอยน์” หลังนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากในเกาหลีใต้หันมาค้าสกุลเงินเสมือนจริง โดยมีการพิจารณาว่าจะเก็บภาษีจากกำไรของบิทคอยน์ อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางของสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนว่า บิทคอยน์มีความเสี่ยงและเป็นทรัพย์สินที่ไม่มีเสถียรภาพ

 

(CREDIT : REUTERS)

 

วันที่ 14 ธ.ค. 60 — นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ออกมาพูดถึง ‘บิทคอยน์’ ว่า เป็นแหล่งทรัพย์สินที่ไม่มีเสถียรภาพและไม่ใช่เงินตราที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูงมาก โดยเฟดเองไม่ได้มีอำนาจควบคุมใด ๆ เกี่ยวกับบิทคอยน์ และเฟดเองก็จะยังไม่พิจารณาเรื่องนี้ในอนาคตอันใกล้ด้วย ดังนั้น เธอจึงต้องการเตือนทุกคนว่า บิทคอยน์ไม่ใช่ค่าเงินที่ทางเฟดจะถือว่าเป็นค่าเงินอย่างจริงจังและถูกต้องตามกฎหมาย

 

(CREDIT : REUTERS)

 

ส่วนก่อนหน้านี้ ผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย เตือนว่า ความหลงใหลในบิทคอยน์เป็นกระแสเก็งกำไรเท่านั้น เช่นเดียวกับธนาคารกลางนิวซีแลนด์ ที่เตือนว่า บิทคอยน์จะกลายเป็นตัวอย่างคลาสสิกของการเกิด ‘ฟองสบู่’ 

ขณะที่ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ เตือนว่า การค้าบิทคอยน์และการเสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไป อาจละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลาง

‘บิทคอยน์’ เป็นสกุลเงินเสมือนจริงที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่รู้จักมากที่สุด ทำสถิติใหม่ทะลุหน่วยละ 17,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 533,700 บาท) ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นเกือบ 20 เท่าในปีนี้ ท่ามกลางกระแสวิตกเรื่องฟองสบู่แตก นักลงทุนรายย่อยในเอเชียจำนวนมากถึงกับเลิกทำงานประจำ เพื่อหันมาค้าสกุลเงินเสมือนจริงเต็มตัว ประเมินกันว่า เฉพาะญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มียอดค้ารวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่งของที่ค้าทั่วโลก

 

(CREDIT : REUTERS)

 

ดังนั้น เมื่อวานนี้ (13 ธ.ค.) รัฐบาลเกาหลีใต้ได้เปิดประชุมฉุกเฉิน เพื่อหารือถึงเรื่องบิทคอยน์ โดยแถลงหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า จะพิจารณาเรื่องเก็บภาษีกำไรจากการค้าสกุลเงินเสมือนจริง จะห้ามเยาวชนเปิดบัญชีในตลาดค้าสกุลเงินเสมือนจริง และจะกำหนดให้ตลาดค้าต้องมีระเบียบคุ้มครองนักลงทุนและเปิดเผยราคาเสนอซื้อเสนอขายทั้งหมด มาตรการเหล่านี้ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภา จึงจะมีผลบังคับใช้ ปัจจุบัน เกาหลีใต้ห้ามสถาบันการเงินทุกแห่งทำธุรกรรมสกุลเงินเสมือนจริง

ส่วนญี่ปุ่นกำหนดให้ผู้ค้าสกุลเงินเสมือนจริงต้องขึ้นทะเบียนกับรัฐบาล โดยได้อนุมัติให้สกุลเงินเสมือนจริงใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายตั้งแต่เดือน เม.ย. และให้การรับรองสกุลเงินเสมือนจริงแล้ว 11 สกุล ตั้งแต่เดือน ก.ย. ขณะที่ จีนสั่งปิดตลาดค้าสกุลเงินเสมือนจริงในกรุงปักกิ่งตั้งแต่เดือน ก.ย.

 

(CREDIT : REUTERS)