พายุมรณะ! ถล่มอินเดีย ยอดตายพุ่งสูงเกือบ 150 รายแล้ว

04 พ.ค. 2561 เวลา 9:20 น.

เกิดพายุฝุ่นตามด้วยพายุฝนฟ้าคะนองพัดถล่มหลายรัฐในช่วงคืนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยเกือบ 150 ราย ขณะที่ทางการประกาศเตือนอาจเกิดพายุอีกระลอกในวันพรุ่งนี้ (5 พ.ค.)

พายุฝุ่น และพายุฝนที่พัดถล่มหลายพื้นที่ของอินเดียส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 143 ราย ในจำนวนนี้ 121 รายอาศัยอยู่ในรัฐอุตตรประเทศ,รัฐราชสถาน, รัฐอุตตราขัณฑ์และ รัฐปัญจาบ ซึ่งเขตอัคราในรัฐอุตตรประเทศเป็นพื้นที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด

ขณะเดียวกัน ทางตอนใต้ของประเทศก็เกิดฟ้าผ่ามากกว่า 41,000 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย และบาดเจ็บจำนวนมากด้วย และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้าย

จากการตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้น พบว่า อิทธิพลของพายุซึ่งมีความเร็วลมสูงสุดที่ 130กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้บ้านของประชาชนหลายพันคนในรัฐอุตตรประเทศและรัฐราชสถานได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยต้นไม้ล้มระเนระนาดและเสาไฟฟ้าจำนวนมากหักพัง

เกิดพายุฝุ่นตามด้วยพายุฝนฟ้าคะนองพัดถล่มหลายรัฐในช่วงคืนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยเกือบ 150 ราย  ขณะที่ทางการประกาศเตือนอาจเกิดพายุอีกระลอกในวันพรุ่งนี้ (5 พ.ค.)

เกิดพายุฝุ่นตามด้วยพายุฝนฟ้าคะนองพัดถล่มหลายรัฐในช่วงคืนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยเกือบ 150 ราย  ขณะที่ทางการประกาศเตือนอาจเกิดพายุอีกระลอกในวันพรุ่งนี้ (5 พ.ค.)

เกิดพายุฝุ่นตามด้วยพายุฝนฟ้าคะนองพัดถล่มหลายรัฐในช่วงคืนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยเกือบ 150 ราย  ขณะที่ทางการประกาศเตือนอาจเกิดพายุอีกระลอกในวันพรุ่งนี้ (5 พ.ค.)

ด้านชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า พวกเขาหลับไม่ลงเพราะกังวลว่าจะเกิดพายุขึ้นอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

พายุและฟ้าผ่าคร่าชีวิตผู้คนหลายพันในทุกๆปีในอินเดีย แต่นี่ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มพายุที่รุนแรงที่สุดในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา

ด้านรัฐบาลอินเดียได้ส่งกองกำลังบรรเทาทุกข์ลงพื้นที่แล้ว เพื่อให้ความช่วยเหลือ และประกาศเตือนภัยในพื้นที่ที่ประสบเหตุ ส่วนครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวจะได้รับเงินช่วยเหลือคนละ 4 แสนรูปี หรือประมาณ 190,000 บาท และนับจนถึงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าทำให้ในบางเมืองกลับมามีไฟฟ้าใช้แล้ว

สำหรับพายุฝุ่น หรือ พายุทราย เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติมักเกิดขึ้นตามบริเวณที่ราบ โดยลมจะพัดพาเอาฝุ่นผงที่มีความละเอียดสูงไปกับลม ซึ่งปริมาณของฝุ่นละอองจะขึ้นอยู่กับความเร็วลม และลักษณะโครงสร้างของพื้นผิวภูมิประเทศที่ลมพัดผ่าน