สิงคโปร์กำลังก้าวสู่ชาติปลอดบุหรี่แรกของโลก

สิงคโปร์กำลังจะเป็นชาติแรกของโลก ที่ได้ชื่อว่าประเทศปลอดบุหรี่อย่างแท้จริง ด้วยนโยบายควบคุมการสูบบุหรี่ที่เข้มงวด ด้วยค่าปรับขั้นต่ำสำหรับผู้สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ เริ่มต้นที่ 2 หมื่น 5 พันบาท

รัฐบาลสิงคโปร์ได้ดำเนินนโยบายโครงการควบคุมการสูบบุหรี่แห่งชาติตั้งแต่ปี 1986 ด้วยกฎหมายปราบปรามการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะที่ถือว่าเข้มงวดมากที่สุดกฎหมายหนึ่งในโลก โดยผู้กระทำผิดครั้งแรก ที่สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ อาทิ โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน โรงพยาบาล และห้องสมุด จะถูกปรับเป็นเงิน 1 พันดอลลาร์สิงคโปร์ หรือคิดเป็นเงินไทยคือ ประมาณ 2 หมื่น 5 พันบาท ไม่เพียงเท่านั้น หากกระทำผิดซ้ำสอง ค่าปรับจะเพิ่มเป็น 3 เท่า คือ 7 หมื่น 5 พันบาท


กฎหมายยังระบุว่า ผู้เยาว์ อายุต่ำกว่า 18 ปี หากพบว่ามีบุหรี่ในครอบครอง ไม่ว่าเขาหรือเธอจะสูบบุหรี่หรือไม่ก็ตาม จะต้องเสียค่าปรับเช่นกัน ส่วนบุคคลที่จำหน่ายบุหรี่ให้ผู้เยาวน์นั้น มีโทษปรับสูงถึง 2 แสน 5 หมื่นบาทเลยทีเดียว ขณะที่ การติดสลากบนซองบุหรี่นั้น สิงคโปร์มีข้อบังคับเหมือนประเทศไทย คือ ผู้ผลิตจะต้องใส่รูปภาพที่แสดงถึงโทษของการสูบบุหรี่ พร้อมด้วยคำเตือนสติ อาทิ หากสูบบุหรี่จะตายอย่างช้าๆและทรมาน รวมถึงการสูบบุหรี่เป็นภัยต่อทารก เป็นต้น…นี่ยังไม่นับรวมการขึ้นภาษีบุหรี่ ทำให้ราคาบุหรี่แพงมาก เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามจูงใจประชาชนไม่ให้สูบบุหรี่


ด้วยกฎหมายที่เข้มงวดเหล่านี้ ส่งผลให้ประชาชนผู้สูบบุหรี่ในสิงคโปร์ลดลงอย่างมาก ปัจจุบัน เหลือเพียง 13 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และตอนนี้ รัฐบาลสิงคโปร์กำหนดเป้าหมายปี 2020 ว่า จะพยายามลดประชากรที่สูบบุหรี่ให้เหลือประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์ ด้วยเป้าหมายระยะยาวสูงสุด คือ การเป็นประเทศที่ปลอดบุหรี่ประเทศแรกของโลกให้ได้