รองนายกฯญี่ปุ่นอ้างประชากรลดเพราะผู้หญิงไม่ยอมมีลูก [คลิป]

รองนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังกล่าวว่า ญี่ปุ่นมีปัญหาด้านประชากรศาสตร์เพราะผู้หญิงไม่ยอมมีบุตร

นายทาโร อาโซ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีการคลัง วัย 78 ปีของญี่ปุ่น กล่าวสุนทรพจน์ที่จังหวัดฟูกุโอกะ ว่า ผู้สูงอายุไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้ประชากรญี่ปุ่นลดลงและปัญหาค่าใช้จ่ายด้านประกันสังคมสูงขึ้น แต่คนที่ทำให้เกิดปัญหานี้คือคนที่ไม่ยอมคลอดลูกต่างหาก

คำกล่าวนี้ทำให้นายอาโซถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และฝ่ายค้านได้ซักฟอกเรื่องนี้ในรัฐสภา ทำให้นายอาโซกล่าวว่า เขายอมถอนคำพูดนี้ถ้าหากมันทำให้เกิดความเข้าใจผิดจากเจตนาเริ่มแรก แต่เขาก็ไม่ได้ขยายความต่อว่าแท้จริงแล้ว เขาต้องการสื่ออะไร

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศสังคมผู้สูงวัย มีประชากรที่อายุมากกว่า 65 ปีมากกว่า 20% // กระทรวงสาธารณสุขและแรงงานระบุว่า ในปี 2017 ญี่ปุ่นมีเด็กเกิดน้อยกว่า 950000 คน ในขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงเป็น 1.3 ล้านคน

นับตั้งแต่ช่วงปี 1990  ญี่ปุ่นได้ออกนโยบายกระตุ้นอัตราการเกิด เช่น การเพิ่มศูนย์บริการเลี้ยงเด็ก การช่วยพัฒนาบ้านและสถานที่สาธารณะที่เอื้ออำนวยต่อครอบครัวที่มีลูกหลายคน แต่โครงสร้างทางสังคมยังเป็นอุปสรรคที่ไม่เอื้อต่อผู้ชายและผู้หญิงวัยทำงาน ที่ต้องการสร้างสมดุลเรื่องงานกับชีวิตครอบครัว

เจฟฟ์ เคนซิงตัน นักวิชาการด้านญี่ปุ่นศึกษาจาก เทมเพิล ยูนิเวอร์ซิตี้ กล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า รัฐบาลญี่ปุ่นควรช่วยเหลือประชาชนให้มีสมดุลด้านการงานและการดูแลครอบครัวมากกว่าที่จะประณามผู้หญิงที่ไม่มีลูก และการที่ญี่ปุ่นยังมีนักการเมืองไดโนเสาร์ครองอำนาจอยู่ จึงทำให้เป็นเรื่องยากที่จะใช้นโยบายเพื่อแก้ปัญหาประชากรลดอย่างมีประสิทธิภาพ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ทั้งนี้ ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา จำนวนผู้หญิงญี่ปุ่นวัย 30-34 ปีที่กลับมาทำงานหลังคลอดบุตรนั้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ระหว่าง 50-75% แล้ว แต่จำนวนมากต้องเผชิญภาวะค่าแรงต่ำ หรือไม่ก็ไม่มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ในขณะที่ดัชนีช่องว่างระหว่างเพศ ของ เวิลด์ อิโคโนมิค ฟอรั่ม ในปีที่แล้ว ก็จัดให้ญี่ปุ่นอยู่อันดับที่ 110 จาก 149 ประเทศ