เหตุระเบิดฆ่าตัวตายในอิหร่าน ดับ 27 ราย

14 ก.พ. 2562 เวลา 7:38 น.

เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่าน ส่งผลให้มีสมาชิกกองทัพปลดแอกของอิหร่านเสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย

สื่ออิหร่านรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่าน มุ่งเป้าโจมตีรถบัสของสมาชิกกองทัพปลดแอกอิหร่านใกล้กับชายแดนติดกับปากีสถาน ส่งผลให้มีสมาชิกของกองทัพเสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย โดยหลังเกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธชาวมุสลิมสุหนี่ออกมาอ้างความรับผิดชอบในการก่อเหตุ

เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่าน ส่งผลให้มีสมาชิกกองทัพปลดแอกของอิหร่านเสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย

กองทัพปลดแอกของอิหร่านเปิดเผยว่า กองทัพบกหน่วยหนึ่งที่มีอยู่ราว 40 นาย กำลังเดินทางกลับจากปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่บริเวณชายแดนติดกับปากีสถานในตอนที่รถที่ขนระเบิดเกิดระเบิดขึ้นข้างๆรถบัสของพวกเขา ซึ่งในแถลงการณ์ของทางกองทัพได้กล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของกลุ่มชาวมุสลิมสุหนี่ที่มีแนวคิดสุดโต่ง ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านโยงเหตุโจมตีว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการประชุมในโปแลนด์ที่ว่าด้วยประเด็นเกี่ยวกับตะวันออกกลาง ที่จะมีการหารือเรื่องอิหร่านด้วย

เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่าน ส่งผลให้มีสมาชิกกองทัพปลดแอกของอิหร่านเสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย

โดยการประชุมดังกล่าวคือ การประชุมนานาชาติว่าด้วยประเด็นความมีเสถียรภาพในตะวันออกกลางที่มีสหรัฐเป็นแกนนำ ซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในประเทศโปแลนด์ และการประชุมครั้งนี้จะมีการหารือแนวทางการใช้มาตรการกดดันรัฐบาลอิหร่านเพิ่มเติม แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะได้ข้อสรุปที่เห็นพ้องต้องกันหรือไม่ เพราะชาติยุโรปแสดงออกว่ามีความกังวลต่อท่าทีของสหรัฐที่แข็งกร้าวต่ออิหร่าน

เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่าน ส่งผลให้มีสมาชิกกองทัพปลดแอกของอิหร่านเสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย

ด้านอะยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้ออกมาปฏิเสธที่จะเจรจากับทางรัฐบาลสหรัฐ รวมทั้งยังได้กล่าวประณามสหรัฐผ่านทางแถลงการณ์ด้วย โดยเขากล่าวว่าไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าจะสามารถหาทางออกสำหรับประเด็นใดๆกับสหรัฐได้ และการเจรจากับสหรัฐก็มีแต่เสียกับเสียเท่านั้น เมื่อปีที่แล้วรัฐบาลสหรัฐได้ถอนตัวออกจากข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์อิหร่านที่นานาชาติได้ทำไว้กับอิหร่านในปี 2015 และได้กลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านอีกครั้ง ขณะที่สหภาพยุโรปยังคงต้องการรักษาข้อตกลงดังกล่าวไว้ แต่ผู้นำสูงสุดอิหร่านก็กล่าวว่า ชาวอิหร่านมองว่าชาติยุโรปบางประเทศก็เจ้าเล่ห์และเชื่อถือไม่ได้เหมือนกับสหรัฐ