ข่าว

จีนเผยข่าวดี ! 8 ตัวยาใช้รักษาผู้ป่วย โควิด-19 ได้ผลพร้อมขั้นตอน

รายการ “ยา” และ “วิธีการรักษา” ต่อไปนี้ คือแนวทางการรักษาที่พบว่ามีศักยภาพในการต่อสู้กับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) และเสร็จสิ้นการทดลองหรืออยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกในจีน

 

(200205) — WUHAN, Feb. 5, 2020 (Xinhua) — Wang Chen (1st R), vice president of the Chinese Academy of Engineering and president of the Chinese Academy of Medical Sciences (CAMS), speaks at a conference in Wuhan, central China’s Hubei Province, Feb. 5, 2020. The registration for clinical trials on the antiviral drug Remdesivir has been approved, and the first batch of pneumonia patients infected by the novel coronavirus (2019-nCoV) are expected to start taking the drug on Thursday, according to an official conference Wednesday.
TO GO WITH “Antiviral drug Remdesivir to be applied in clinical trials Thursday” (Xinhua/Cheng Min)

 

1. ฟาวิพิราเวียร์ (FAVIPIRAVIR)

ฟาวิพิราเวียร์เป็นยาต้านไวรัสก่อโรคไข้หวัดใหญ่ที่ได้รับการอนุมัติเพื่อการใช้งานทางคลินิกในญี่ปุ่นเมื่อปี 2014 โดยยาตัวนี้ช่วยให้ผู้ป่วยมีผลตรวจไวรัสออกมาเป็นลบได้ในเวลาอันสั้น ทั้งยังไม่ปรากฏอาการไม่พึงประสงค์ที่ชัดเจนในการทดลองทางคลินิกที่ดำเนินจนเสร็จสิ้นในนครเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน

ส่วนการทดลองอีกรายการหนึ่งซึ่งดำเนินการในนครอู่ฮั่น ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เผยให้เห็นถึงประสิทธิภาพการรักษาของยานี้เช่นกัน โดยผลออกมาดีกว่าผลของกลุ่มควบคุม (control group) หรือกลุ่มตัวอย่างที่ผู้วิจัยจัดให้มีลักษณะเหมือนกลุ่มทดลอง แต่ไม่ได้รับตัวแปรในการทดลอง เพื่อใช้เปรียบเทียบผลที่ได้กับกลุ่มทดลอง

ขณะนี้ บริษัทเภสัชกรรมจีนแห่งหนึ่งได้รับการอนุมัติจากสำนักงานบริหารเวชภัณฑ์แห่งชาติ (NMPA) ให้ผลิตยาชนิดนี้จำนวนมากแล้ว พร้อมทั้งประกันยาสำรองให้เพียงพอ

 

2. คลอโรควิน ฟอสเฟต (CHLOROQUINE PHOSPHATE)

คลอโรควิน ฟอสเฟต เป็นยารักษาและป้องกันการติดเชื้อมาลาเรียและรักษาโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง ที่ถูกนำมาใช้รักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีอาการวิกฤตในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งของอู่ฮั่น และจนถึงขณะนี้ยังไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ที่ปรากฏชัดจากการใช้ยา

กรอบแนวทางการรักษาฉบับล่าสุดของจีนระบุให้คลอโรควิน ฟอสเฟต เป็นยาแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีอายุ 18-65 ปี โดยหากผู้ป่วยมีน้ำหนักมากกว่า 50 กิโลกรัม ให้ใช้ยาขนาด 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน แต่ไม่ควรใช้ในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง 9 กลุ่ม อาทิ หญิงมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ตับ และไตเรื้อรัง

 

3. แพทย์แผนจีน (TCM)

การแพทย์แผนจีน (TCM) ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19

บรรดาผู้เชี่ยวชาญการแพทย์กล่าวว่าวิธีรักษาด้วยยาแผนจีนนั้นช่วยลดอาการไข้หรือไอในผู้ป่วยอาการไม่รุนแรงได้ ส่วนผู้ป่วยที่อาการรุนแรงนั้น ยาแผนจีนจะช่วยบรรเทาอาการต่างๆ และฟื้นฟูความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด ป้องกันไม่ให้อาการของผู้ป่วยทรุดหนักจนถึงขั้นวิกฤต

นอกจากนี้ จีนยังได้แนะนำยาต้ม “ชิงเฟ่ย ไผตู๋” (Qingfei Paidu) แก่สถาบันทางการแพทย์ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา

 

4. โทซิลิซูแมบ (TOCILIZUMAB)

กรอบแนวทางการรักษาฉบับล่าสุดแนะนำให้ใช้ยาโทซิลิซูแมบ ซึ่งใช้ชื่อทางการค้าว่าแอกเทมรา (Actemra) ในผู้ป่วยที่มีระดับอินเทอร์ลิวคิน-6 (IL-6) เพิ่มสูงขึ้น และมีรอยโรคระดับสูงในปอดทั้ง 2 ข้าง หรือมีอาการรุนแรง

เนื่องจากผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีอาการรุนแรงและอาการวิกฤตจำนวนมากได้รับการตรวจพบระดับ IL-6 ในเลือดที่สูงขึ้น ระดับ IL-6 ที่สูงขึ้นนั้นจึงกลายเป็นสัญญาณเตือนว่าอาการของผู้ป่วยอาจทรุดลงได้

ขณะนี้ ยาโทซิลิซูแมบอยู่ยังระหว่างการทดลองทางคลินิกในโรงพยาบาล 14 แห่งในอู่ฮั่น และจนถึงวันที่ 5 มี.ค. มีการใช้ยาชนิดนี้รักษาผู้ป่วยอาการรุนแรงแล้ว 272 ราย

 

5. น้ำเลือดที่มีโปรตีนภูมิคุ้มกัน (CONVALESCENT PLASMA)

น้ำเลือดหรือพลาสมาที่มีโปรตีนภูมิคุ้มกันได้มาจากการนำพลาสมาที่เก็บจากผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่หายป่วยแล้วมาผ่านกระบวนการ โดยพบว่ามีส่วนประกอบของโปรตีนภูมิคุ้มกันในปริมาณมาก

เมื่อนับถึงวันที่ 28 ก.พ. มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่รับการรักษาด้วยวิธีนี้แล้ว 245 ราย โดย 91 รายมีอาการและตัวบ่งชี้ทางคลินิกดีขึ้นหลังรับการรักษา

ทั้งนี้ ทางการสาธารณสุขชี้ว่าการรักษาด้วยพลาสมาได้รับพิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

 

6. เรมเดซิเวียร์ (REMDESIVIR)

ยาเรมเดซิเวียร์พัฒนาขึ้นโดยกิลเลียด ไซเอนเซส (Gilead Sciences) บริษัทเวชภัณฑ์สัญชาติสหรัฐฯ เพื่อต้านเชื้ออีโบลา สำหรับการรักษาโรคโควิด-19 นั้น ยาชนิดนี้สามารถออกฤทธิ์ต้านไวรัสในระดับเซลล์ได้ดีพอสมควร

เฉาปิน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นผู้นำในโครงการทดลองยาเรมเดซิเวียร์ ระบุว่าการทดลองยาทั้ง 2 ส่วน เป็นไปอย่างราบรื่น และจีนจะแบ่งปันข้อมูลกับประชาคมนานาชาติหลังจากเสร็จสิ้นโครงการ

 

7. การทดลองปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ (STEM CELL)

จีนทำการวิจัยและทดลองใช้สเต็มเซลล์ในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 หลายรายการ ซึ่งรวมถึงยาสเต็มเซลล์ที่ได้รับการอนุมัติสำหรับทดลองทางคลินิก และวิธีการบำบัดด้วยสเต็มเซลล์เนื้อเยื้อเกี่ยวพัน (mesenchymal)

แพทย์ได้ใช้วิธีดังกล่าวในการรักษาผู้ป่วยอาการรุนแรงและวิกฤต 64 ราย และได้รับการพิสูจน์ว่ามีประสิทธิภาพในการลดปฏิกิริยาอักเสบรุนแรงที่เกิดจากโรคดังกล่าว รวมถึงลดการบาดเจ็บในปอดและลดพังผืดในปอดด้วย

ทั้งนี้ สมาคมชีววิทยาของเซลล์แห่งจีน (Chinese Society for Cell Biology) และสมาคมการแพทย์จีน (Chinese Medical Association) ร่วมกันออกแนวปฏิบัติเพื่อวางมาตรฐานการวิจัยทางคลินิกและการประยุกต์ใช้การบำบัดด้วยสเต็มเซลล์ต้านโรคโควิด-19

 

8. การฟอกเลือด

ที่ผ่านมามีการนำเทคโนโลยีตับเทียมและเทคโนโลยีฟอกเลือดมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยอาการวิกฤต และพบว่าปัจจัยการอักเสบของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีนี้ลดระดับลง ทั้งยังมีผลการตรวจทรวงอกที่ดีขึ้นด้วย

วิธีการรักษานี้ยังช่วยลดระยะเวลาการใช้เครื่องช่วยหายใจลดลงได้เฉลี่ย 7.7 วัน รวมถึงลดระยะเวลาเฝ้าระวังในห้องผู้ป่วยฉุกเฉินหรือไอซียูได้อีกด้วย

 

 

 

ติดตามข่าว ล่าสุด “COVID-19”