ข่าว

นักวิจัยจีน ค้นพบ วัคซีนกระตุ้นการสร้าง ภูมิคุ้มกัน โรคโควิด 19

นักวิจัยจีนค้นพบวัคซีนกระตุ้นการสร้าง ภูมิคุ้มกัน โรคโควิด 19 ในโครงการ สนับสนุนข้อมูลวิจัยเชิงลึกด้าน COVID-19 และจะผลิตให้ใช้ได้เร็วที่สุดในปี 2022

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผย นักวิจัยจีน ค้นพบ วัคซีนกระตุ้นการสร้าง ภูมิคุ้มกัน โรคโควิด 19

ดร.สิทธิพร ภัทรดิลกรัตน์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิจัยโครงการ “สนับสนุนข้อมูลวิจัยเชิงลึกด้านเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)” สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เปิดเผยว่า นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนจาก บริษัท Sinovac Biotech Ltd., Beijing, China. ได้ผลิตวัคซีน PiCoVacc ซึ่งเป็นวัคซีนประเภทวัคซีนเชื้อตาย (inactivated vaccine) ได้สำเร็จ และพบว่าวัคซีนสามารถกระตุ้นการสร้าง ภูมิคุ้มกัน และป้องกันโรคโควิด 19 ในลิงสายพันธุ์ Rhesus Monkey หรือลิงวอกได้

ดร.สิทธิพร ภัทรดิลกรัตน์

วัคซีนดังกล่าว ได้มาจากการแยกเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 สายพันธุ์ CN2 จากผู้ป่วยในประเทศจีน ซึ่งสายพันธุ์นี้มีความใกล้เคียงกับเชื้อไวรัสโคโรนาที่พบในค้างคาว โดยถูกแยก และนำมาเลี้ยงเพิ่มจำนวนในจานเพาะเชื้อในห้องปฏิบัติการ ใช้เซลล์ของมนุษย์เป็นเซลล์เจ้าบ้าน

หลังจากที่ไวรัสถูกนำมาเลี้ยง และสามารถขยายพันธุ์ใน Vero cells หรือ เซลล์เพาะเลี้ยงที่ได้จากไตของลิงได้ดี จึงนำมาเลี้ยงเพิ่มในถังเลี้ยงขนาดใหญ่ (Cell Factory System) จากนั้นนำไวรัสมาฆ่าให้ตายโดยผสมกับสาร β-propiolactone แล้วนำมาทำให้บริสุทธิ์ด้วยวิธี Depth Filtration และ Two Optimized Steps of Chromatography และได้วัคซีนที่ผลิตจากเชื้อตาย ชื่อว่า PiCoVacc

หลังจากที่ผลิตวัคซีนได้เป็นที่เรียบร้อย นักวิทยาศาสตร์ได้นำวัคซีนไปทดสอบความปลอดภัย และศึกษาประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในสัตว์ทดลอง 2 ชนิด

1. การทดสอบในหนูทดลอง นักวิทยาศาสตร์นำวัคซีน PiCoVacc ไปฉีดให้กับหนูทดลอง (Mus musculus สายพันธุ์ BALB/c) จำนวน 2 ครั้ง ในวันที่ 0 และ วันที่ 7 ร่วมกับสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ผลการศึกษาพบว่า หนูทดลองสร้างแอนติบอดี Immunoglobulin G (Ig G) ที่มีความจำเพาะต่อ S Protein ได้อย่างรวดเร็ว โดย IgG มีระดับสูงสุดภายในเวลา 6 สัปดาห์ และเมื่อนำ IgG จากเลือดหนูไปทดสอบประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญของเชื้อไวรัสในจานเพาะเชื้อ ซึ่งใช้ Microneutralization Assays (MN50) พบว่า ระบบภูมิคุ้มกันของหนูได้สร้าง Neutralizing Antibody (NA) หรือ แอนติบอดีที่ยับยั้งเชื้อไวรัสได้ภายในสัปดาห์แรกหลังจากได้รับวัคซีน

2. การทดสอบในลิง ต่อมานักวิทยาศาสตร์ได้นำวัคซีน ไปฉีดให้กับลิงวอก จำนวน 3 ครั้ง ในวันที่ 0, 7 และ 14 โดยแบ่งลิงเป็น 3 กลุ่ม

  • กลุ่มที่ได้วัคซีนขนาดสูงต่อครั้ง หรือ high dose (6 ไมโครกรัม)
  • กลุ่มที่ได้วัคซีนขนาดกลาง หรือ medium dose (3 ไมโครกรัม)
  • กลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน

การทดสอบวัคซีนในลิง

ผลการศึกษาพบว่า ลิงที่ได้รับวัคซีนเริ่มสร้าง IgG ที่จำเพาะต่อโปรตีน S และสร้างแอนติบอดีที่ยับยั้งเชื้อไวรัสได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 และระดับแอนติบอดีทั้งสองชนิดมีค่าสูงสุดภายในสัปดาห์ที่ 3 และเมื่อนำลิงที่ได้รับวัคซีนเเล้วไปรับละอองฝอยที่มีไวรัส SARS-CoV-2 (challenge infection) พบว่า ลิงที่ได้รับวัคซีนแบบ high dose มีภูมิคุ้มกันที่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสในร่างกายได้หมดในเวลา 7 วัน โดยไม่พบเชื้อในคอหอย และปอด แสดงให้เห็นว่า วัคซีน PiCoVacc ป้องกันเชื้อโควิดได้อย่างความปลอดภัย

ขณะนี้ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้เริ่มทดลองนำวัคซีนตัวนี้มาฉีดให้มนุษย์ เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการกระตุ้น ภูมิคุ้มกัน ตลอดจนศึกษาผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นตั้งแต่เมษายน 2020 ที่ผ่านมา

การทดสอบวัคซีนในขั้นที่ 1 นี้ จะเสร็จสิ้นประมาณเดือนธันวาคมปีนี้ หากประสบความสำเร็จ ก็จะเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนในขั้นที่ 2 และ 3 ต่อไป ซึ่งต้องกินเวลาอีกอย่างน้อย 12–18 เดือน ถ้าวัคซีนได้ผลดี เราน่าจะมีวัคซีนอย่างเร็วที่สุดประมาณในปี 2022

วัคซีนภูมิคุ้มกันโควิด 19