
ม.รังสิต ทุ่ม 8,000 ล้าน จุดพลุเปิดตัว “Arthit International Hospital” (AIH) ปฐมบทโรงพยาบาลภายใต้มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกของไทย ชูธง Quaternary Care ผสานการศึกษา-การรักษา พร้อมคว้า “สินเชื่อเพื่อความยั่งยืน
ในวันที่โลกหมุนเร็วขึ้นพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศและมลพิษที่ทวีความรุนแรง สุขภาพของผู้คนกลับกลายเป็นต้นทุนที่ต้องจ่ายแพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อากาศเป็นพิษ ภาวะโลกร้อน และโรคอุบัติใหม่ ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะในโรงพยาบาลเอกชน ปรับตัวสูงขึ้นจนกลายเป็นภาระหนักสำหรับคนรายได้น้อยและชนชั้นกลาง ในประเทศไทย ภาพดังกล่าวยิ่งชัดเจน เมื่อข้อมูลหลายหน่วยงานสะท้อนตรงกันว่า คนไทยมีแนวโน้มเจ็บป่วยมากขึ้นทุกปี ทั้งโรคเรื้อรังและโรคจากสิ่งแวดล้อม คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ ‘ใครป่วยมากขึ้น’ แต่คือ ‘ใครเข้าถึงการรักษาได้จริง’ ท่ามกลางโลกที่สุขภาพกำลังกลายเป็นความเหลื่อมล้ำรูปแบบใหม่ของเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน
จากการที่ประเทศไทยยังมีคนที่เข้าไม่ถึงการรักษาเนื่องราคาค่ารักษาพยาบาลที่สูงเกินไป ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มหาวิทยาลัยรังสิต ได้เปิดตัว “Arthit International Hospital” (AIH) ปฐมบทโรงพยาบาลภายใต้มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกของไทย ชูธง Quaternary Care โดย ‘อภิวัฒิ อุไรรัตน์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIH เล่าให้ฟังว่า Arthit International Hospital เป็นการทุ่มงบประมาณกว่า 8,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวได้ไตรมาสที่3 ของปี2569 โรงพยาบาลตั้งอยู่ย่านเพชรบุรีตัดใหม่ โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นโรงพยาบาลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงราคาได้ เพราะราคาค่าบริการจะมีความสมเหตุสมผล โดยจะยึดหลักจริยธรรม (Ethic) ในการรักษาพยาบาลเป็นที่ตั้ง เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ผู้ป่วยมากที่สุด
ทั้งนี้โรงพยาบาลให้คำมั่นว่าจะไม่มีการทำ "Over-diagnostic" หรือการสั่งตรวจที่เกินความจำเป็น ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลพุ่งสูงขึ้นในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ป่วยมั่นใจได้ว่าจะได้รับการรักษาที่ตรงจุดและคุ้มค่า โดยในช่วงแรกของการเปิดให้บริการโรงพยาบาลวางเป้าหมายรับผู้ป่วยชาวไทยเป็นสัดส่วนสูงถึง 80% เพื่อให้คนในประเทศได้เข้าถึงนวัตกรรมการรักษาที่มีประสิทธิภาพก่อนเป็นอันดับแรก
ด้วยความที่เป็นโรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกของประเทศ ทำให้มีความพร้อมด้านบุคลากรทางการแพทย์ที่ผลิตขึ้นเอง ทั้งแพทย์ เภสัชกร พยาบาล และเทคนิคการแพทย์ ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดด้านการขาดแคลนบุคลากรและส่งเสริมการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ โรงพยาบาลแห่งนี้ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพใกล้ทางด่วนและถนนใหญ่ จะรองรับผู้ป่วยนอกได้สูงสุดถึง 2,500 คนต่อวัน และมีเตียงรองรับผู้ป่วยในรวม 280 เตียง
อย่างไรก็ตามการเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะพิสูจน์ว่า การรักษาโรคที่ยากและซับซ้อน เช่น โรคหัวใจ โรคทางประสาท และโรคมะเร็ง ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับราคาที่เอื้อมไม่ถึงเสมอไป หากมีการบริหารจัดการที่เป็นธรรมและยึดถือประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นสำคัญ
พร้อมกันนี้จะชูความเชี่ยวชาญ 6 ศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง โดยจุดแข็งสำคัญที่ทำให้โรงพยาบาลแห่งนี้โดดเด่น คือการเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่สามารถป้อนบุคลากรทางการแพทย์แบบครบวงจร ทั้งแพทย์ เภสัชกร ทันตแพทย์ และพยาบาล เข้าสู่ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการรักษาโรคที่ยากและซับซ้อน ซึ่งประกอบด้วยศูนย์ความเป็นเลิศในช่วงแรก 6 ด้าน ได้แก่
• ศูนย์โรคหัวใจ
• ศูนย์โรคทางระบบประสาท
• ศูนย์โรคกระดูกและข้อ (Orthopedics)
• ศูนย์โรคมะเร็ง พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะวางแผนการรักษาอย่างใกล้ชิดและใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงจากความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก
นอกจากนี้ยังวางโมเดลโรงพยาบาลสีเขียวแห่งแรกในอาเซียน ได้รับอนุมัติ Green Loan และ Sustainable Loan ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในอาเซียนสำหรับธุรกิจ Healthcare โรงพยาบาลถูกออกแบบภายใต้แนวคิดความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และมีการนำเทคโนโลยีที่ลดการใช้ก๊าซฮีเลียม ซึ่งเป็นสารที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในอุปกรณ์การแพทย์ อีกทั้งยังออกแบบอาคารและพื้นที่ให้เป็น Green Environment เพื่อสร้างเสริมสุขภาพจิตที่ดี (Well-being) ให้กับคนไข้ทั้งกายและใจ
ด้าน ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต และประธานกรรมการ AIH เปิดเผยว่า AIH ก่อตั้งบนความเชื่อที่ว่าชีวิตคนมีคุณค่าที่สุด การรักษาพยาบาลและการศึกษาจึงเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่อ AIH ผนึกกำลังกับสถาบันเพื่อการศึกษาในการสร้างแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จะสร้างคุณค่าเพิ่มหลายเท่าทวีคูณต่อมาตรฐานการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุดไปสู่ทุกชีวิต ผ่านหลักสูตรหลังปริญญา (Postgraduate) ควบคู่กับการรักษาจริง โดยมุ่งเน้นความเป็นเลิศระดับ Quaternary Care ที่ดีที่สุด ทันสมัยที่สุด (The most advanced) และมีความเป็นมนุษย์ (Humanized) ที่สุด เพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันระดับสากลและเป็นที่พึ่งของมวลมนุษยชาติโดยไม่แบ่งแยก
ขณะที่ ‘เคนอิจิ ยามาโตะ’ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “กรุงศรีมีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนวิสัยทัศน์ของ AIH ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับระบบสาธารณสุขของประเทศ โดย AIH ถูกพัฒนาขึ้นเป็นอาคารสีเขียว (Green Building) ตามมาตรฐานสากล และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่ผสานเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อบ่มเพาะบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งนี้ การสนับสนุนวงเงินสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Loan) ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกและมีขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมดูแลสุขภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งความสำเร็จนี้ยังได้รับการยืนยันด้วยรางวัล ‘Best Sustainability Loan’ จากเวที The Asset Triple A Sustainable Finance Awards 2026 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความสำคัญของโครงการในระดับภูมิภาค และเป็นโมเดลต้นแบบให้แก่โครงการสาธารณสุขเพื่อความยั่งยืนในอนาคต
ส่วน รศ. น.อ. นพ. เพิ่มยศ โกศลพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหารแพทย์ AIH ย้ำถึงมาตรฐานการรักษาว่า “หัวใจของ AIH คือการดูแลที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงเรียนแพทย์ชั้นนำ, เทคโนโลยีที่แม่นยำตรงจุด, การดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ (Humanized Care) และพันธสัญญาด้านจริยธรรม (Ethical Commitment) ที่มุ่งเน้นการรักษาที่เหมาะสม ไม่เกินความจำเป็น และโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นที่ยั่งยืนระหว่างแพทย์และผู้ป่วย