
SHORT CUT
โครงการ 'หรี่แสงดวงอาทิตย์' อาจไม่ได้ไปต่อ เมื่อรัฐบาลอังกฤษประกาศไม่เห็นด้วย แม้จะเป็นการใช้เทคโนโลยีด้านสภาพอากาศที่ล้ำสมัย แต่ยินดีที่จะถกเถียงเพื่อหาทางออก
หลังมีการถกเถียงกันมาสักพักเกี่ยวกับความเหมาะสมและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากโครงการ 'หรี่แสงดวงอาทิตย์' ด้วยการพ่นฝุ่นจำนวนหลายล้านตันสู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อช่วยลดอุณหภูมิของโลกให้เย็นลง ล่าสุดรัฐบาลอังกฤษเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของโครงการนี้ แต่ไม่ได้ปิดประตูต่อการอภิปรายจากทางฝ่ายของผู้ควบคุมเทคโนโลยีดังกล่าว
ความคิดเห็นของรัฐบาลอังกฤษมีขึ้นหลังจากการสืบสวนของ POLITICO เปิดเผยว่าบริษัทสตาร์ดัส (Stardust Solutions) ของอิสราเอลและสหรัฐฯ ตั้งเป้าที่จะปรับใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อปรับเปลี่ยนรังสีดวงอาทิตย์ให้ได้ภายในระยะเวลาสิบปีนี้ ซึ่งถูกมองว่ามีความเสี่ยงเกินไป
อลัน แคมป์เบลล์ หัวหน้าสภาผู้แทนราษฎร กล่าวในนามของรัฐบาลว่า พวกเขาไม่เห็นด้วยกับการปรับเปลี่ยนรังสีดวงอาทิตย์ เนื่องจากมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
ขณะที่ก่อนหน้านี้ บริษัทสตาร์ดัส ได้ระดมทุนมากกว่า 60 ล้านดอลลาร์ จากนักลงทุนทั้งในซิลิคอนแวลลีย์และสหราชอาณาจักร เพื่อวิจัยและพัฒนาโครงการดังกล่าว ซึ่งนับเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
โดยแนวคิดเบื้องต้นของโครงการนี้ คือการใช้เครื่องบินที่สามารถบินในระดับความสูงประมาณ 12 ไมล์เหนือพื้นผิวโลก เพื่อปล่อยอนุภาคจำนวนหลายล้านตันขึ้นสู่บรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ เลียนแบบภาวะโลกเย็นตัวระยะสั้นที่เกิดขึ้นเมื่อภูเขาไฟระเบิดฝุ่นและก๊าซขึ้นสู่ท้องฟ้าสูง ซึ่งจะช่วยปิดกั้นความร้อนจากดวงอาทิตย์ไว้ได้เล็กน้อย
นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่า กระบวนการนี้อาจช่วยลดอุณหภูมิพื้นผิวโลกลงชั่วคราว ซึ่งช่วยป้องกันผลกระทบจากภาวะโลกร้อนได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงจากกระบวนการนี้ยังไม่ได้รับผลการวิจัยที่ชัดเจนมากนัก
ขณะที่แมตต์ ทูมส์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและกลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศของ DESNZ กล่าวว่า สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือ 'การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์' และการปรับตัวให้เข้ากับผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่วนการวิจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีทำความเย็นนั้น ไม่ได้ช่วยลดความจำเป็นเร่งด่วนในการลดคาร์บอนของทั่วโลกแต่อย่างใด