ไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 ชูจัดประชุมรักษ์โลก กรีนพีซ ย้ำ แค่นี้ยังไม่พอ

ไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 ชูจัดประชุมรักษ์โลก กรีนพีซ ย้ำ แค่นี้ยังไม่พอ

ไทยเจ้าภาพจัดงานประชุม IMF-World Bank ชูโมเดล Green Meeting ด้านกรีนพีซ ประเทศไทย มองว่า ก็ดี..แต่ยังไม่พอ โลกต้องขยับให้ไกลกว่าการลดคาร์บอนแค่ภายในงาน

ภาพของขบวนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กว่า 320 คันที่วิ่งรับส่งบรรดาผู้นำทางการเงินระดับโลก บริเวณหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่รัฐบาลไทยตั้งใจนำเสนอต่อสายตาชาวโลก ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings)

งานนี้ไทยไม่ได้แค่เปิดบ้านหารือเรื่องเศรษฐกิจ แต่ยังชูแนวคิด Green Meeting ตั้งแต่การใช้รถ EV เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกที่ประเมินไว้สูงถึง 95.8 ตันคาร์บอนฯ การนำขยะอาหารจากงานเลี้ยงไปหมักทำปุ๋ยอินทรีย์ ไปจนถึงการยกเลิกใช้เอกสารกระดาษ แล้วเปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัลทั้งหมด ถือเป็นการโชว์ศักยภาพการจัดงานระดับนานาชาติที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

Cr.Reuters แต่หากมองออกไปนอกห้องประชุมแอร์เย็นฉ่ำ… ภาพความจริงของประเทศไทยกลับกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมขัง สายน้ำที่ไหลท่วมบ้านเรือน พื้นที่เกษตรกรรม และความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ประชาชนต้องแบกรับ 

นี่จึงกลายเป็นจุดที่ กรีนพีซ ประเทศไทย (Greenpeace Thailand) ออกมาตั้งคำถามสะท้อนใจว่า ความพยายามลดขยะและคาร์บอนในห้องประชุมนั้นน่าชื่นชม แต่ในระดับโครงสร้างการเงินโลก เรากำลังแก้ปัญหาได้ตรงจุดแล้วหรือยัง?

Cr.Reuters

ความอยุติธรรมทางภูมิอากาศ : คนทำไม่แล คนแช่คือชาวบ้าน

สิ่งที่กรีนพีซพยายามชี้ให้เห็นบนเวทีการเงินระดับโลกครั้งนี้ คือภาพของ ‘ความอยุติธรรมทางภูมิอากาศ (Climate Injustice)’ ประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทย หรือชาวบ้านตาดำ ๆ ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงน้อยนิด กลับกลายเป็นกลุ่มคนที่ต้องรับเคราะห์จากความรุนแรงของสภาพอากาศแปรปรวนมากที่สุด ต้องเสียทั้งบ้าน รายได้ และงบประมาณแผ่นดิน แทนที่จะนำไปพัฒนาประเทศ กลับต้องถูกดึงไปใช้เยียวยาภัยพิบัติซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Cr.Reuters

ในทางกลับกัน กลุ่มอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ และมหาเศรษฐีระดับท็อป 0.01% ของโลก ที่ลงทุนในธุรกิจคาร์บอนสูง กลับยังคงเก็บเกี่ยวผลกำไรมหาศาลโดยไม่ต้องร่วมจ่าย ‘ค่าเสียหาย’ ที่ก่อไว้กับโลกใบนี้เลย

“ประชาชนหรือผู้ที่มีส่วนก่อมลพิษน้อยที่สุดไม่ควรจะต้องได้รับผลกระทบหนักที่สุด ในขณะที่ผู้ก่อมลพิษที่มีความมั่งคั่งสูงที่สุดยังคงสร้างผลกำไรโดยไม่ต้องรับผิดชอบ” พิชามญชุ์ รักรอด, กรีนพีซ ประเทศไทย

ทางออกที่ขยับไปไกลกว่าแค่ ‘รักษ์โลกในงาน’

ข้อเสนอของกรีนพีซถึงเวที IMF-World Bank จึงไม่ใช่แค่เรื่องการคัดแยกขยะหรือการลดพลาสติก แต่คือการเรียกร้องให้สถาบันการเงินระดับโลกกล้าลุกขึ้นมา ‘เก็บภาษีผู้ก่อมลพิษที่มีความมั่งคั่งสูง’ (Tax Wealthy Polluters) อย่างเป็นรูปธรรม แล้วเปลี่ยนเงินภาษีเหล่านั้นให้กลายเป็นกองทุนเยียวยา ช่วยเหลือชุมชนที่กำลังบาดเจ็บจากภัยพิบัติ และเป็นทุนในการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดให้กับประเทศที่กำลังพัฒนา

Cr. Nation Photo

การเป็นเจ้าภาพจัดงาน Green Meeting ของไทยรอบนี้ จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นและภาพสะท้อนเจตนาที่ดี แต่โจทย์ใหญ่ที่แท้จริงของโลกใบนี้ ไม่ใช่แค่การจัดประชุมอย่างไรให้ปล่อยคาร์บอนน้อยที่สุด หากแต่คือการที่ผู้นำการเงินโลกจะกล้าใช้กลไกทางเศรษฐกิจ บังคับให้ ‘ผู้ก่อมลพิษตัวจริง’ ออกมารับผิดชอบต่อความสูญเสียของโลกได้มากน้อยแค่ไหนนั่นเอง

related