เยอรมนีประกาศแผน ‘เลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล’ ภายในปี 2045

เยอรมนีประกาศแผน ‘เลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล’ ภายในปี 2045

เยอรมนีประกาศแผนที่จะทยอยเลิกใช้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ ภายในปี 2045 พร้อมยืนยันยุทธศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศที่มุ่งเน้นการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก

SHORT CUT

  • เยอรมนีประกาศแผนเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งหมด ทั้งถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ภายในปี 2045 โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก
  • แผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นอิสระทางพลังงานและรับมือกับวิกฤตราคาพลังงานโลกที่เกิดจากความตึงเครียดระหว่างประเทศ
  • อย่างไรก็ตาม แผนนี้เผชิญกับเสียงวิจารณ์และความขัดแย้งเชิงนโยบายภายในรัฐบาลเอง เกี่ยวกับการอุดหนุนอุตสาหกรรมน้ำมันและการสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซแห่งใหม่

เยอรมนีประกาศแผนที่จะทยอยเลิกใช้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ ภายในปี 2045 พร้อมยืนยันยุทธศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศที่มุ่งเน้นการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก

เยอรมนี ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป ประกาศแผนการทยอยเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติอย่างเป็นทางการภายในปี 2045 พร้อมทั้งยืนยันยุทธศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ทำให้เยอรมนีกลายเป็นประเทศที่สามต่อจากฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ ที่จัดทำแผนยุติการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม ตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ในการประชุม COP28

คาร์สเตน ชไนเดอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมของเยอรมนี แถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติว่า แผนงานดังกล่าวเป็นการผสมผสานระหว่างการสร้างความเป็นอิสระทางพลังงาน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และการปกป้องสภาพภูมิอากาศ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์ตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซและสงครามอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานทั่วโลก ซึ่งทำให้เยอรมนีต้องแบกรับภาระการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้น

เยอรมนีประกาศแผน ‘เลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล’ ภายในปี 2045

อย่างไรก็ตาม แผนการนี้กลับเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์และมุมมองที่ขัดแย้งกันเองจากทั้งองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานภายในของรัฐบาลเยอรมนี โดยกลุ่มกรีนพีซและ WWF ที่มองว่าแม้จะเป็นสัญญาณที่ดี แต่รัฐบาลยังคงมีความย้อนแย้งจากการให้เงินอุดหนุนอุตสาหกรรมน้ำมัน

ความขัดแย้งเชิงนโยบายยังปรากฏชัดเจนเมื่อ แคเธอรีนา ไรเช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจากพรรคอนุรักษ์นิยม ออกมาสนับสนุนให้สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซแห่งใหม่เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และเรียกร้องให้คงบทบาทของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปที่ใช้เชื้อเพลิงทางเลือกไว้ ซึ่งสวนทางกับเป้าหมายเดิมที่ตั้งเป้าให้รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ครองส่วนแบ่งการจดทะเบียนใหม่ 100% ภายในปี 2035 เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจที่สำคัญยิ่งของประเทศ