svasdssvasds

ค่าฝุ่น PM2.5 กทม.พุ่ง หนองจอกทะลุ 80 มคก. เช็กพิกัด 12 เขตเสี่ยงอันตราย

ค่าฝุ่น PM2.5 กทม.พุ่ง หนองจอกทะลุ 80 มคก. เช็กพิกัด 12 เขตเสี่ยงอันตราย

ค่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ พุ่งสูงเกินค่ามาตรฐาน อยู่ในระดับสีส้มที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมีค่าเฉลี่ย 55.6 มคก./ลบ.ม.

SHORT CUT

  • ค่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ พุ่งสูง โดยเฉพาะเขตหนองจอกที่มีค่าฝุ่นเกิน 80 มคก./ลบ.ม.
  • พื้นที่กรุงเทพฯ ตะวันออกเป็นโซนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมี 12 เขตที่ค่าฝุ่นอยู่ในระดับเสี่ยงอันตราย
  • สาเหตุหลักเกิดจากกลุ่มควันจากการเผาในจังหวัดทางทิศตะวันออก ประกอบกับสภาพอากาศปิด ทำให้มลพิษสะสมตัวในพื้นที่กรุงเทพฯ

ค่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ พุ่งสูงเกินค่ามาตรฐาน อยู่ในระดับสีส้มที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมีค่าเฉลี่ย 55.6 มคก./ลบ.ม.

เช้าวันที่ 28 มกราคม 2569 คนเมืองหลวงต้องตื่นมาพบกับความเงียบที่แฝงไปด้วยอันตราย เมื่อ "ม่านหมอกสีเทา" ที่ปกคลุมท้องฟ้าไม่ใช่หมอกน้ำค้างยามเช้า แต่คือฝุ่นพิษ PM2.5 ที่กลับมาทวงพื้นที่ลมหายใจอีกครั้ง โดยศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานว่า ค่าเฉลี่ยฝุ่นทั่วกรุงพุ่งสูงถึง 55.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.)

เจาะโซนอันตราย "กรุงเทพตะวันออก" แชมป์ฝุ่นพิษ

จากการตรวจสอบพิกัดความรุนแรง พบว่าพื้นที่ กรุงเทพตะวันออก กลายเป็นสมรภูมิหนักที่สุด โดยมี 12 เขตที่ค่าฝุ่นพุ่งทะยานนำโด่ง โดยเฉพาะ เขตหนองจอกที่วัดได้สูงถึง 80.8 มคก./ลบ.ม.

ค่าฝุ่น PM2.5 เขตสูงสุดในกรุงเทพมหานคร

  1. เขตหนองจอก 80.8 มคก./ลบ.ม.
  2. เขตมีนบุรี 77.3 มคก./ลบ.ม.
  3. เขตคลองสามวา 76.5 มคก./ลบ.ม.
  4. เขตคันนายาว 76.1 มคก./ลบ.ม.
  5. เขตประเวศ 71.7 มคก./ลบ.ม.
  6. เขตสายไหม 70.7 มคก./ลบ.ม.
  7. เขตลาดกระบัง 69.2 มคก./ลบ.ม.
  8. สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง 68 มคก./ลบ.ม.
  9. สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม 66.9 มคก./ลบ.ม.
  10. สวนหนองจอก เขตหนองจอก 66.5 มคก./ลบ.ม.
  11. เขตบึงกุ่ม 65.9 มคก./ลบ.ม.
  12. เขตสะพานสูง 63.6 มคก./ลบ.ม.

ค่าฝุ่น PM2.5 กทม.พุ่ง หนองจอกทะลุ 80 มคก. เช็กพิกัด 12 เขตเสี่ยงอันตราย

เปิดสาเหตุ ควันเผาจากทิศตะวันออกบวกอากาศปิด

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าวิกฤตครั้งนี้เกิดจาก กลุ่มควันขนาดใหญ่จากการเผาในจังหวัดนครนายก ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 13,000 ไร่ กลุ่มควันเหล่านี้ถูกลมพัดเข้าสู่กรุงเทพฯ โดยตรง ผสมโรงกับสภาพ "อากาศปิด" และระดับการยกตัวของอากาศที่ต่ำกว่า 2,000 เมตร ทำให้มลพิษถูกกดทับและสะสมตัวอย่างรวดเร็วในเขตเมือง

"ภาษีเงียบ" ที่คนกรุงต้องจ่าย

ฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้ทำร้ายแค่ปอด แต่ยังเป็น "ภาษีเงียบ" ที่คนเมืองต้องแบกรับ ทั้งค่าหน้ากากอนามัย N95 และค่ารักษาพยาบาลจากโรคระบบทางเดินหายใจ ข้อมูลทางการแพทย์เตือนชัดเจนว่า ประชาชนกลุ่มเสี่ยงควร เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด ส่วนคนทำงานทั่วไปควรสวมอุปกรณ์ป้องกันเพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว

 

แนวทางรับมือและทางออก

ในขณะที่สถานการณ์ยังมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น กทม. ได้ประสานงานไปยังพื้นที่ต้นเหตุเพื่อควบคุมการเผาแล้ว สำหรับประชาชนทั่วไป การทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) หรือการจำกัดเวลาทำกิจกรรมนอกอาคารในเขตสีส้มและสีแดง จึงเป็นมาตรการสำคัญที่ไม่เพียงแต่ช่วยดูแลสุขภาพ แต่ยังช่วยรักษาความต่อเนื่องทางเศรษฐกิจในวันที่อากาศกลายเป็นมลพิษเช่นนี้

ที่มา : ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร

related