
SHORT CUT
นักวิทย์จาก Colossal ประกาศความสำเร็จในการฟักลูกไก่ 26 ตัวออกมาจากเปลือกไข่สังเคราะห์ ก้าวสำคัญสู่การคืนชีพให้นกโดโดที่สูญพันธุ์ไปแล้ว
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม บริษัท Colossal Biosciences ได้ประกาศความสำเร็จในการให้กำเนิดลูกไก่ที่แข็งแรงจำนวน 26 ตัว ที่ไม่ได้ฟักออกมาจากไข่ไก่ แต่ฟักออกมาจาก 'ไข่เทียม' ที่ถูกสร้างขึ้น
ไข่เทียมของ Colossal หรือเรียกให้ถูกคือโครงสร้างตาข่ายที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งเลียนแบบเปลือกไข่ ประกอบด้วยสองส่วนคือ 'เยื่อซิลิโคน' ที่ถูกออกแบบมาเพื่อจำลองการแลกเปลี่ยนก๊าซของเปลือกไข่ตามธรรมชาติ และ 'ไข่ที่ได้รับการผสมแล้ว' ที่จะถูกเทลงไปในเปลือกไข่เทียม
หลังจากนั้นพวกเขาจะคอยเติมแคลเซียม ซึ่งปกติจะถูกดูดซึมจากเปลือกไข่ เพื่อจำลองกระบวนการที่เกิดขึ้นก่อนการฟักให้ใกล้เคียงไข่จริงมากที่สุด ยกเว้นส่วนประกอบอื่นๆ เช่น อวัยวะชั่วคราวที่หล่อเลี้ยงให้ลูกไก่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ และระบบกำจัดของเสีย ที่ยังไม่สามารถเลียนแบบได้
การฟักลูกไก่ในภาชนะทดแทนเปลือกไข่ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่นักวิทยาศาตร์ของ Colossal อ้างว่า วิธีฟักแบบอื่นนั้นมีอุปสรรคและความเสี่ยงมากมาย ทำให้โอกาสสำเร็จต่ำมาก แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขอัตราความสำเร็จของเปลือกไข่เทียมต่อสาธารณะก็ตาม
Colossal อ้างว่า นอกเหนือจากการฟักไข่ไก่แล้ว เทคโนโลยีเปลือกไข่เทียมนี้ยังสามารถถูกย่อหรือขยายขนาดให้เล็กเท่าไข่นกฮัมมิงเบิร์ดหรือใหญ่เท่าลูกฟุตบอลก็ได้ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายหลักของบริษัทที่ต้องการฟักไข่ของนกขนาดใหญ่ที่สูญพันธุ์ไปแล้วอย่าง 'นกโดโด'
อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของกระบวนการฟักไขเทียมคือ คือความจำเป็นต้องใช้แม่ไก่ตัวจริงในการวางไข่ ก่อนจะถ่ายโอนส่วนประกอบภายในจากไข่เหล่านั้นมาไว้ในเปลือกไข่เทียม หากต้องการสร้างนกที่มีลักษณะคล้ายนกโดโด พวกเขาก็ต้องหานกที่มีสายพันธุ์ใกล้เคียงมาปรับเปลี่ยนพันธุกรรมให้พวกมันวางไข่ออกมาเป็นนกที่คล้ายนกโดโดมากที่สุด ซึ่งคาดว่าอาจพิจารณาใช้นกอีมูและนกทินามู
ขณะที่นักวิทยาศาตร์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่า สิ่งที่ Colossal ทำ ไม่ใช่การฟักลูกไก่จากไข่เทียม แต่เป็นการสร้างเปลือกไข่เทียมมาห่อหุ้มไข่จริงไว้ด้านในเท่านั้น จึงไม่น่านำไปสู่กระบวนการคืนชีพนกโดโดได้จริง หรือต่อให้สามารถทำได้ ก็น่าเป็นห่วงว่านกโดโดที่ถูกสร้างขึ้นมาจะปรับตัวกับสภาพแวดล้อมยุคปัจจุบันได้อย่างไร
หลายคนยังมองว่า หากเปลี่ยนความทุ่มเทจากการฟื้นคืนชีพสัตว์สูญพันธุ์ เป็นการปกป้องสัตว์ที่ยังเหลืออยู่ไม่ให้เผชิญกับการสูญพันธุ์ซ้ำรอยเดิม อาจมีความเป็นไปได้สูงและคุ้มค่ามากกว่านี้