‘แรคคูน’ เอเลี่ยนสปีชีส์นับล้านตัวที่กำลังป่วนเยอรมนี

‘แรคคูน’ เอเลี่ยนสปีชีส์นับล้านตัวที่กำลังป่วนเยอรมนี

แรคคูนไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน โดยเฉพาะในเยอรมนีที่เผชิญกับการแพร่พันธุ์ของแรคคูนในฐานะเอเลี่ยนสปีชีส์ ที่สร้างความวุ่นวายจนหลายคนอยากกำจัด

SHORT CUT

  • แรคคูนถูกนำเข้ามาในเยอรมนีตั้งแต่ปี 1934 และปัจจุบันมีประชากรแพร่กระจายทั่วประเทศประมาณ 2 ล้านตัว
  • พวกมันสร้างความวุ่นวายและเสียหายจากการบุกรุกบ้านเรือน ชุมชน และพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อหาอาหารและที่อยู่อาศัย
  • แรคคูนส่งผลกระทบต่อสัตว์พื้นเมืองและเป็นพาหะของปรสิต แม้จะมีการล่าเพื่อควบคุมจำนวน แต่ประชากรก็ยังไม่ลดลง

แรคคูนไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน โดยเฉพาะในเยอรมนีที่เผชิญกับการแพร่พันธุ์ของแรคคูนในฐานะเอเลี่ยนสปีชีส์ ที่สร้างความวุ่นวายจนหลายคนอยากกำจัด

แรคคูนในประเทศเยอรมนีกลายเป็นสัตว์ที่ทั้งได้รับความรักและความรังเกียจจากผู้คนในเวลาเดียวกัน พวกมันถูกขนานนามว่า ‘โจรหน้ากาก’ จากแถบสีดำบริเวณดวงตา และมักตกเป็นข่าวพาดหัวจากการบุกรุกสถานที่ต่างๆ เช่น โรงพยาบาล สวนสัตว์ และโรงไฟฟ้า รวมถึงสร้างความรบกวนในเขตชุมชน เช่น การไปแอบดื่มไวน์ร้อนในตลาดคริสต์มาสจนเดินเมามาย หรือการสร้างห้องน้ำรวมถ่ายอุจจาระบนห้องใต้หลังคาของบ้านเรือน ด้วยความฉลาดและขี้สงสัย ทำให้พฤติกรรมของพวกมันสร้างความความเสียหายและความวุ่นวายอยู่บ่อยครั้ง
 

แรคคูนจากอเมริกาเหนือ เข้ามาอยู่ในเยอรมนีได้อย่างไร?

ในอดีต มีความเชื่อและข่าวลือที่แพร่หลายว่า แรคคูนเหล่านี้ถูกนำเข้ามาและสั่งให้ปล่อยสู่ป่าโดย เฮอร์มันน์ เกอริง ผู้บัญชาการนาซีและอาชญากรสงครามคนสำคัญ อย่างไรก็ตาม เอเบอร์ฮาร์ด ไลช์ท อดีตหัวหน้าสำนักงานป่าไม้ในภาคกลางของเยอรมนี ได้ทำการสืบค้นเอกสารทางประวัติศาสตร์และพบว่า ตำนานเกี่ยวกับนาซีดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

โดยเอกสารระบุว่า ในช่วงที่เกอริงดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายป่าไม้และการล่าสัตว์ มีการยื่นคำขอเพื่อขอปล่อยแรคคูนอเมริกาเหนือจำนวน 2 คู่ บริเวณใกล้ทะเลสาบเอเดอร์ซี ทางตอนใต้ของเมืองคาสเซล ในช่วงเดือนเมษายน ปี 1934 เพื่อวัตถุประสงค์ในการ ‘เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ’ ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดเป็นเพียงกระบวนการทางราชการและการบริหารจัดการตามปกติ โดยไม่พบหลักฐานว่าเกอริงหรือนักการเมืองระดับสูงคนใดเข้ามามีอิทธิพลหรือเกี่ยวข้องโดยตรง

โดยปัจจุบันโดยปัจจุบันคาดว่ามีแรคคูนทั่วเยอรมนีราว 2 ล้านตัว และเมืองคาสเซลได้กลายเป็น ‘เมืองหลวงของแรคคูนแห่งยุโรป’ เนื่องจากมีประชากรแรคคูนอาศัยในเขตเมืองสูงถึงประมาณ 30,000 ตัว

‘แรคคูน’ เอเลี่ยนสปีชีส์นับล้านตัวที่กำลังป่วนเยอรมนี

ทำไมหลายคนถึง ‘รังเกียจ’ แรคคูน

ปัญหาที่แรคคูนก่อขึ้นนั้นเห็นได้ชัด พวกมันเรียนรู้ที่จะคลานเข้าไปในถังขยะเพื่อหาอาหาร ทิ้งร่องรอยเศษขยะกระจัดกระจายไว้เบื้องหลัง ก้อนหินที่วางไว้บนฝาถังเพื่อป้องกันนั้นพวกมันก็โยนทิ้งไปอย่างง่ายดาย มีเพียงตัวล็อกและสายรัดเท่านั้นที่สามารถป้องกันพวกมันได้ สัตว์เหล่านี้ยังบุกรุกเข้าไปในบ้านเพื่อหาที่พักอาศัย ทิ้งมูลสัตว์ ทำลายและทำให้กระเบื้องหลังคาหลุดร่วง และฉีกทำลายฉนวนกันความร้อน

บางครอบครัวตื่นมาพบห้องใต้หลังคาของบ้านที่ถูกแรคคูนทำลายจนพังยับเยิน ซึ่งค่าเสียหายอาจสูงถึง 10,000 ยูโร หรือบางครอบครัวอาจต้องต้องรื้อบ้านทั้งหลังทิ้งหมด ส่วนเกษตรกรก็พบแรคคูนบุกรุกเข้าไปในเล้าไก่และพืชผลเป็นประจำ ความเดือดร้อนเหล่านี้ได้ผลักดันให้ ‘การล่าแรคคูน’ เพื่อลดจำนวนประชากร กลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายในทุกรัฐของเยอรมนี

‘แรคคูน’ เอเลี่ยนสปีชีส์นับล้านตัวที่กำลังป่วนเยอรมนี

แม้จะยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าแรคคูนส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพพื้นเมืองในระดับวิกฤต แต่นักวิจัยพบว่าพวกมันมีส่วนทำให้ประชากรนกบางชนิดลดลงจากการแอบกินไข่นกน้ำ รวมถึงเต่าบ่อพันธุ์หายาก นอกจากนี้พวกมันยังเป็นพาหะนำปรสิตที่เป็นอันตรายมาสู่มนุษย์ได้อีกด้วย

ปัจจุบัน ทัศนคติของชาวเยอรมันต่อแรคคูนยังคงแตกเป็นสองฝ่าย บางกลุ่มมองว่าพวกมันเป็นสัตว์รบกวนที่ต้องกำจัด ขณะที่บางกลุ่มมองว่าพวกมันน่ารักจนถึงขั้นจัดกิจกรรมให้อาหารในยามค่ำคืน รัฐส่วนใหญ่ในเยอรมนีอนุญาตให้ล่าแรคคูนได้ตลอดทั้งปี ส่งผลให้ยอดการล่าแรคคูนพุ่งสูงขึ้นกว่า 4 เท่าตัวนับตั้งแต่ปี 2005 เป็นมากกว่า 250,000 ตัวต่อปี ถึงกระนั้น การล่ากลับไม่ได้ทำให้ประชากรของพวกมันลดลงแต่ อย่างใด และนักวิทยาศาสตร์ยังกังวลว่าแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจยิ่งส่งเสริมให้แรคคูนขยายถิ่นที่อยู่และแพร่พันธุ์กว้างขวางยิ่งขึ้นทั่วโลกในอนาคต