svasdssvasds

ในวันที่..ไทย “ฝุ่น PM2.5” พุ่ง โอกาสทองอุตฯการแพทย์-สุขภาพ สินค้ารักษ์โลก

ในวันที่..ไทย “ฝุ่น PM2.5” พุ่ง โอกาสทองอุตฯการแพทย์-สุขภาพ สินค้ารักษ์โลก

ทุกๆปี ภาคเหนือ และกทม. จะต้องเผชิญกับ “ฝุ่น PM2.5” ที่พุ่งขึ้นทุกปี ทำให้ประชาชนมีความเสี่ยงเรื่องสุขภาพเป็นอย่างมาก แต่...ในทางกลับกันคนก็หาวิธีป้องกันตัวเองมากขึ้น และเป็นโอกาสทอง อุตฯการแพทย์-สุขภาพ สินค้ารัก์โลก ที่คนต้องการในวันที่อากาศเปลี่ยนไป

SHORT CUT

  • ทุกๆปี ภาคเหนือ และกทม. จะเผชิญกับ “ฝุ่น PM2.5” ที่พุ่งทุกปี ทำให้ประชาชนมีความเสี่ยงเรื่องสุขภาพ
  • กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ปัจจุบันเทรนด์ของผู้บริโภคเปลี่ยนไปรวดเร็ว กระแสการรักสุขภาพ การปกป้องสิ่งแวดล้อม ต้องการบริโภคสินค้าเฉพาะที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม
  • ปัญหาฝุ่น คือโอกาสทองอุตฯการแพทย์-สุขภาพ สินค้ารักษ์โลก

ทุกๆปี ภาคเหนือ และกทม. จะต้องเผชิญกับ “ฝุ่น PM2.5” ที่พุ่งขึ้นทุกปี ทำให้ประชาชนมีความเสี่ยงเรื่องสุขภาพเป็นอย่างมาก แต่...ในทางกลับกันคนก็หาวิธีป้องกันตัวเองมากขึ้น และเป็นโอกาสทอง อุตฯการแพทย์-สุขภาพ สินค้ารัก์โลก ที่คนต้องการในวันที่อากาศเปลี่ยนไป

ปัจจุบันต้องยอมรับว่าสินค้ารักษ์โลก และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพมาแรงมาก ส่วนหนึ่งมาจากคนหันมาดูแลโลกมากขึ้น เนื่องจากโลกของเราถูกทำลายไปมากทำให้เกิดโลกร้อน โลกเดือด แล้วขณะนี้ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศทำให้คนล้มป่วยได้ง่ายขึ้น ดังนั้นสินค้ากลุ่มที่มีผลต่อสุขภาพจึงเป็นอะไรที่ตอบโจทย์มากๆสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันในยุคนี้

โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ปัจจุบันเทรนด์ของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว กระแสการรักสุขภาพ การปกป้องสิ่งแวดล้อม และต้องการบริโภคสินค้าเฉพาะที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และการรักษ์โลก มากขึ้น รวมถึงได้มีการจัดโครงการ Local+ (Plus)  (โลคัล พลัส) จำนวน 3 กลุ่มสินค้า ได้แก่ 1.กลุ่ม BCG ที่มุ่งเน้นการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ สินค้าออร์แกนิก 2.กลุ่มสินค้าอัตลักษณ์ ที่ต้องการรักษาภูมิปัญญา ความเฉพาะถิ่น คุณค่าทางวัฒนธรรม และ 3.กลุ่มสินค้านวัตกรรม

สินค้ารักษ์โลก รักสุขภาพแรงดีไม่มีตก

นอกจากนี้ยังมีการจัดงาน Thailand Local BCG Plus Expo 2023 เป็นครั้งแรกในไทย ในปีที่ผ่านมา มีการชูสินค้าLocal BCG+ ที่ดีต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสการค้าอย่างยั่งยืน ทั้งยังสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญสินค้ารักษ์โลก ตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลก รวบรวมผู้ผลิต ผู้ประกอบการธุรกิจสินค้า Local BCG+ ทั่วทุกภูมิภาคครบวงจรมาออกร้านกว่า 200 บูธ

ไม่เพียงแต่ผู้ประกอบการไทยที่ตื่นตัวเรื่องสินค้ารักษ์โลก และสินค้าสุขภาพ จึงทำให้การลงทุนสินค้ากลุ่มนี้ในไทยมาแรงทั้งทุนไทย และต่างชาติแห่ลงทุนกันมากขึ้น ข้อมูลจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุว่า ลงทุนสุขภาพปี 2567 ยังโตแรง รับเทรนด์สูงวัย โรคอุบัติใหม่ ท่องเที่ยวการแพทย์ เผยยอดขอรับส่งเสริม 11 เดือน ปี 2566 กว่า 1.6 หมื่นล้านบาท โดยในปี 2566 มีโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมในอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ จำนวน 65 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 16,000 ล้านบาท

แน่นอนว่าปี2567 อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ จะมาแรงในไทย ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เป็นอันตรายมากขึ้น อย่างเช่น ขณะนี้หลายพื้นที่ในภาคเหนือ และ กทม. กำลังเผชิญกับ ฝุ่นPM2.5 และปัญหานี้ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ หนทางเดียว คือ ประชาชนต้องหาวิธีป้องกันตัวเอง ซึ่งจะส่งผลดีต่อ อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ  เครื่องฟอกอากาศ หน้ากากอนามัย น้ำเกลือ จะขายดีเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะธุรกิจหน้ากากอนามัย หรือ Mask ช่วงที่โควิด-19 ระบาด มีอัตราการเติบโตที่สูงมาก ปัจจุบันก็มีการเติบโตที่สูงเช่นกัน จากปัจจัย ฝุ่นPM2.5 วันนี้ #สปริงนิวส์ จะพามาส่องชีพจรธุรกิจนี้อีกครั้งในวันที่ฝุ่นPM2.5 พุ่งทุกปี ล่าสุด CSD ผู้ผลิตวัสดุทางการแพทย์ชั้นนำของไต้หวัน เตรียมลุยตลาด ‘หน้ากากอนามัย’ ผสานดีไซน์ในเมืองไทย ได้ชูจุดเด่นด้านแฟชั่นที่เป็นมากกว่าหน้ากากอนามัยด้วยแนวคิด Health in style มั่นใจตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าที่มองหาความแตกต่าง หลังประสบความสำเร็จด้วยการเป็นแบรนด์หน้ากากอนามัยเบอร์ 1 ในไต้หวันจากมาร์เก็ตแชร์สูงสุด พร้อมตอกย้ำความเชี่ยวชาญในธุรกิจกว่า 7 ทศวรรษ พร้อมเปิดตัวสินค้าอย่างเป็นทางการครั้งแรกในเมืองไทย

ในวันที่..ไทย “ฝุ่น PM2.5” พุ่ง โอกาสทองอุตฯการแพทย์-สุขภาพ สินค้ารักษ์โลก

โดย Willy Wu, International Dept. Chief, CSD เปิดเผยว่า จากปัญหา ฝุ่นPM2.5 ที่เกิดขึ้นทุกปี เชื่อว่าคนไทยหาวิธีป้องกันฝุ่นเหล่านี้อยู่ ด้วยการใส่หน้ากากอนามัย และหน้ากากอนามัยในไทยก็มีหลากหลายยี่ห้อ และมีราคาถูก จึงได้เล็งเห็นโอกาสในการทำธุรกิจหน้ากากอนามัย ระดับพรีเมียม คุณภาพดี เป็นสินค้านวัตกรรมใหม่ สร้างทางเลือกด้วยดีไซน์และสีสันที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคด้านสุขภาพกับแฟชั่นอย่างลงตัว ภายใต้แนวคิด ‘Health in style’ สะท้อนถึงความทุ่มเทในการผนวกรวมสุขภาพและสไตล์เข้ากับผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์

ในวันที่..ไทย “ฝุ่น PM2.5” พุ่ง โอกาสทองอุตฯการแพทย์-สุขภาพ สินค้ารักษ์โลก

ทั้งนี้ CSD ให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิต จึงมีความสนใจเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทย โดยมุ่งมั่นที่จะผสมผสานประเพณีและสไตล์ท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยเพื่อสร้างหน้ากากอนามัยใหม่ที่มีความเฉพาะตัวขึ้น ก้าวสู่ไอเทมใหม่ทางแฟชั่น (Fashion Accessory) ที่เป็นมากกว่าการปกป้องสอดคล้องกับแนวคิดการมีสุขภาพดีที่มีสไตล์ (Health in style) 

ซึ่งจะทำให้ผู้สวมใส่สนุกกับการ Mix & Match ให้กับเสื้อผ้าในชีวิตประจำวัน ส่วนกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย ได้วางแนวทางในการรับฟังผู้บริโภคจากการใช้งาน การออกแบบ เพื่อให้สินค้าของ CSD ตอบโจทย์การใช้งานและเชื่อมโยงกับลูกค้าในประเทศไทยให้ได้มากที่สุด ซึ่งหน้ากากอนามัย ได้รับใบอนุญาต QMS เป็นที่เรียบร้อย

“หน้ากากอนามัยยังจำเป็นอย่างมาก เพราะคนไทยยังกลัวโควิด ไปไหนมาไหนยังสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่ ที่สำคัญฝุ่นที่เยอะในไทยจะทำให้เราทำตลาดได้ไม่ยาก โดยเฉพาะตลาดกลุ่มวัยรุ่น และผู้หญิง คือเป้าหมายของเรา ซึ่งบริษัทได้เลือกจัดแสดงสินค้าครั้งแรกในงาน STYLE Bangkok 2024 ที่ประเทศไทย การหาผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าปลีก และพันธมิตรอื่นๆ ที่เหมาะสมในไทย เชื่อว่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการขยายฐานธุรกิจ และในอนาคตยังสนใจนำสินค้าในชีวิตประจำวันมาเจาะตลาดไทยด้วย”

ในวันที่..ไทย “ฝุ่น PM2.5” พุ่ง โอกาสทองอุตฯการแพทย์-สุขภาพ สินค้ารักษ์โลก

ด้าน Julie Chou, Marketing Manager, CSD กล่าวเสริมว่า จุดแข็ง คือ เป็นสินค้าระดับพรีเมียม ดีไซน์ระดับโลก เชื่อว่าคนไทยจะชื่นชอบแฟชั่นลักษณะนี้ สีสันเข้ามาเป็นองค์ประกอบหลัก เพื่อสร้างความเร้าใจ ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแก่ผู้สวมใส่ที่มีสไตล์ เปิดมุมมองใหม่ของวัสดุทางการแพทย์สู่เครื่องประดับแฟชั่นไปอีกขั้น แต่คงไว้ซึ่งความสบายในการใช้งานรวมถึงคุณสมบัติหลักคือการป้องกันที่ดีเยี่ยม

ในวันที่..ไทย “ฝุ่น PM2.5” พุ่ง โอกาสทองอุตฯการแพทย์-สุขภาพ สินค้ารักษ์โลก

ไม่เพียงแต่สินค้าจะมีจุดเด่นเรื่องการดีไซน์ แฟชั่นที่สวยงาม คุณภาพดี ในอนาคตยังจะออกแบบให้บาง และเหมาะกับอากาศในไทย ที่สำคัญจะมุ่งสู่สินค้ารักษ์โลกมากขึ้น ให้ย่อยสลายได้ 100 % เพื่อรับเทรนด์โลกธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเดินหน้าทำธุรกิจแนว ESG มากขึ้น โดยปัจจุบันโรงงานผลิตได้มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์กว่า 50% แล้วที่ศูนย์กระจายสินค้า และตั้งเป้าในอนาคตจะครบ 100% เพราะเชื่อว่าลูกค้าคนไทย และทั่วโลก ในอนาคตก็ต้องการสินค้าที่รักษ์โลกมากขึ้นเช่นกัน

ในวันที่..ไทย “ฝุ่น PM2.5” พุ่ง โอกาสทองอุตฯการแพทย์-สุขภาพ สินค้ารักษ์โลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

 

related