
พามาดูเทรนด์ใหม่รับ ‘วันเด็กปี2569’ แบงก์ชวนคนรุ่นใหม่ รักการออมควบคู่รักษ์โลกไปด้วย ธนาคารกรุงเทพ ได้ฉลองวันเด็กแห่งชาติ ปี 69 จัดทำสมุด “น้องจุด” พร้อมสาระสนุก ๆ สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กไทยรุ่นใหม่ รักษ์โลก รักการออม
ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยกำลังเผชิญคำถามสำคัญว่า จะวางรากฐานอนาคตให้มั่นคงและยั่งยืนได้อย่างไร คำตอบหนึ่งที่เริ่มชัดเจนมากขึ้น คือการปลูกฝัง “วินัยทางการเงิน” ควบคู่กับ “จิตสำนึกรักษ์โลก” ให้เกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็กและเยาวชน
การออมเงินไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลขในบัญชี แต่คือทักษะชีวิตที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่รู้จักวางแผน รับผิดชอบ และพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต ขณะเดียวกัน การเรียนรู้ที่จะใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดการสร้างขยะ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม ก็เป็นกุญแจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน
ภาพนี้สะท้อนชัดในวันเด็กแห่งชาติปี 2569 ที่หลายธนาคารและองค์กรการเงินออกมารณรงค์ให้เด็กและเยาวชนเริ่มออมเงิน พร้อมสอดแทรกแนวคิดรักษ์โลกไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมออมเงินสีเขียว หรือการสร้างความเข้าใจว่า การเงินที่ดีและสิ่งแวดล้อมที่ดี สามารถเดินไปด้วยกันได้ นี่จึงไม่ใช่แค่กระแส แต่คือทิศทางใหม่ที่สังคมไทยต้องเร่งเดินหน้า เพื่ออนาคตของคนรุ่นต่อไปและโลกใบนี้อย่างแท้จริง
อย่างเช่นล่าสุด ธนาคารกรุงเทพ ได้ฉลองวันเด็กแห่งชาติ ปี 69 จัดทำสมุด “น้องจุด” พร้อมสาระสนุก ๆ สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กไทยรุ่นใหม่ รักษ์โลก รักการออม โดย ‘ไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์’ รองผู้จัดการใหญ่ และ นางสาวพจณี คงคาลัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ เป็นผู้แทนธนาคารส่งมอบสมุด “น้องจุด” ในธีม “น้องจุดแยกขยะ” จำนวน 150,000 เล่ม และดินสอดำลายไม้ไส้ 2B พิมพ์ตราสัญลักษณ์ธนาคารกรุงเทพ จำนวน 75,000 แท่ง เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ให้กับโรงเรียนและสถานศึกษาต่าง ๆ ผ่านสาขาของธนาคารกรุงเทพ รวม 727 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงโรงเรียนในโครงการคอนเน็กซ์อีดี โรงเรียนที่ได้รับบริจาคอาคารเรียนจากธนาคารกรุงเทพ และโรงเรียนที่ได้รับการบูรณะ
โดยมูลนิธิพลังน้ำใจไทยหลังจากประสบภัยพิบัติ กว่า 250 โรงเรียน ตลอดจนมอบให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ชุมชน ศูนย์นันทนาการ ห้องสมุด และโรงเรียนต่าง ๆ ที่ขอรับการสนับสนุนเข้ามา จำนวนรวมทั้งสิ้นกว่า 1,200 แห่ง
ทั้งนี้ธนาคารกรุงเทพ ตอกย้ำบทบาทความเป็น “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” ที่มุ่งสร้างความตระหนักรู้อย่างยั่งยืนในทุกมิติ โดยในสมุดน้องจุดได้สอดแทรกเกร็ดความรู้เรื่องการแยกขยะให้ถูกต้องแบบง่าย ๆ พร้อมเคล็ดลับการออมเงิน และวางแผนการใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมการสร้างวินัยทางการเงินที่ดีเพื่ออนาคต ขณะเดียวกันยังได้คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่กระบวนการผลิต
โดยเลือกใช้กระดาษ Green Series ที่ได้รับตราสัญลักษณ์มาตรฐานฉลากเขียว ทำให้ลดการใช้ไม้ใหม่ได้ถึง 329 ต้น ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) ได้ถึง 27 ตันคาร์บอนต่อปี ลดการใช้น้ำได้ถึง 50,018 ลิตร ลดการใช้พลังงานไอน้ำได้ถึง 10 ตัน และลดการใช้พลังงานทั้งหมดถึง 1,170 กิโลวัตต์-ชั่วโมง เช่นเดียวกับดินสอดำลายไม้ไส้ 2B ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Breakage-resistant ไส้ไม่หักง่าย ได้มาตรฐาน EN71/3 ผ่านการรับรองคุณภาพจากยุโรป ไม่มีสีหรือสารเคลือบผิวภายนอก ลดการใช้สารเคมีที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ จึงปลอดภัยต่อเด็ก เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน และสิ่งแวดล้อม
ถัดมาดูธนาคารออมสินที่ชวนเด็กไทยสัมผัสมหัศจรรย์ “จักรวาฬแห่งการออม” ในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 เปิดตัวกระปุกออมสินวาฬน้อย “Save Money, Save Sea Life” เน้นส่งเสริมการออมควบคู่รักษ์โลก โดย ‘ลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง’ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินมีบทบาทในการส่งเสริมการออมให้เด็กและเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละปีธนาคารมุ่งปลูกฝังวินัยการออมให้กับเด็กควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกด้านการช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อม
สำหรับวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 วันเสาร์ที่ 10 มกราคมนี้ ธนาคารจัดกิจกรรมภายใต้ “จักรวาฬแห่งการออม” ให้เด็กได้ร่วมผจญภัยในโลกใต้น้ำมหัศจรรย์กับปลาวาฬและผองเพื่อน ผ่านฐานกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่ผสานจินตนาการและความรู้ เพื่อจุดพลังการออมเงินและปลูกฝังหัวใจที่รักษ์ทะเล พร้อมจับมือกับหน่วยงานพันธมิตร ร่วมมอบความรู้ ความสนุก และของขวัญ อย่างคับคั่ง ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่
อย่างไรก็ตามธนาคารได้เปิดตัวกระปุกออมสินเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 “Save Money, Save Sea Life” ผลิตจากวัสดุขยะพลาสติกชายฝั่งทะเล ออกแบบในรูปทรงปลาวาฬ สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไทย สะท้อนแนวคิดว่าการหยอดเหรียญทีละเล็กละน้อย ไม่เพียงสร้างอนาคตทางการเงิน แต่ยังช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย โดยการผลิตกระปุกออมสินในครั้งนี้มีส่วนช่วยลดขยะพลาสติกได้ถึง 18 ตัน สนับสนุนการปกป้องระบบนิเวศทางทะเล สอดคล้องกับคำขวัญวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก
แน่นอนว่าการออมไม่ใช่แค่เรื่องของเงินในวันนี้ แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตของตัวเองและโลกใบนี้ การปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนรู้จักออมเงิน ควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและรักษ์สิ่งแวดล้อม จะช่วยสร้างรากฐานของคนรุ่นใหม่ที่มีวินัยทางการเงิน มีความรับผิดชอบต่อสังคม และตระหนักถึงความยั่งยืนในระยะยาว หากเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เด็กและเยาวชนจะเติบโตเป็นกำลังสำคัญที่สามารถดูแลทั้งชีวิตของตนเองและดูแลโลกให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต