ไทยรับมือ! เม็ดพลาสติกขาด ลุยนำขยะพลาสติกรีไซเคิล สู่เม็ด PCR คุณภาพสูง

ไทยรับมือ! เม็ดพลาสติกขาด ลุยนำขยะพลาสติกรีไซเคิล สู่เม็ด PCR คุณภาพสูง

สงครามเขย่าห่วงโซ่พลาสติกไทย! เม็ดพลาสติกพุ่ง วัตถุดิบขาดแคลน เอกชนเร่งดันอุตสาหกรรมหันหาเม็ด PCR จากขยะรีไซเคิล ลดพึ่งพานำเข้า สร้างความมั่นคงวัตถุดิบ

SHORT CUT

  • สงครามตะวันออกกลางกระทบเม็ดพลาสติกไทย ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง หลังการนำเข้าแนฟทาจากตะวันออกกลางลดลง 74%
  • อุตสาหกรรมเร่งหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ ลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า พร้อมบริหารสต๊อกและกระจายแหล่งจัดซื้อรับมือความเสี่ยง
  • เม็ด PCR กลายเป็นทางเลือกใหม่ Dow เดินหน้านำขยะพลาสติกในไทยกลับมาแปรรูปเป็นเม็ด PCR คุณภาพสูง ช่วยลดขยะและเพิ่มความมั่นคงด้านวัตถุดิบ

สงครามเขย่าห่วงโซ่พลาสติกไทย! เม็ดพลาสติกพุ่ง วัตถุดิบขาดแคลน เอกชนเร่งดันอุตสาหกรรมหันหาเม็ด PCR จากขยะรีไซเคิล ลดพึ่งพานำเข้า สร้างความมั่นคงวัตถุดิบ

ช่วงที่ผ่านมา อุตสาหกรรมไทยต้องเผชิญแรงกระแทกจากสงครามสหรัฐฯ–อิหร่านและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เมื่อช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งพลังงานโลกกลายเป็นจุดเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน ปัญหาที่ตามมาไม่ได้หยุดอยู่แค่ราคาน้ำมัน แต่ลามมาถึงวัตถุดิบตั้งต้นของอุตสาหกรรมพลาสติก ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งหาทางลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า และมองหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือกเพื่อเตรียมรับมือกับวิกฤตลักษณะเดียวกันที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

 

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กำลังกดดันต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้างไทยในปี 2569 เพิ่มขึ้นราว 20% จากปีก่อน ทั้งจากราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และราคาวัตถุดิบ โดยกลุ่มผู้ผลิตพลาสติกถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรง เพราะต้องพึ่งพาแนฟทาเบา ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตพลาสติกและมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของต้นทุนการผลิต ขณะที่ไทยสามารถผลิตได้เองเพียง 47% ของความต้องการ จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะแหล่งวัตถุดิบในตะวันออกกลาง

ไทยรับมือ! เม็ดพลาสติกขาด ลุยนำขยะพลาสติกรีไซเคิล สู่เม็ด PCR คุณภาพสูง

แรงสั่นสะเทือนดังกล่าวสะท้อนชัดจากสถานการณ์การนำเข้าแนฟทาจากตะวันออกกลางที่ลดลงถึง 74% ขณะที่ราคาเม็ดพลาสติกปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 54% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของผู้ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกในปี 2569 มีโอกาสเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 37% สูงที่สุดในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง

สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีเงินทุนและอำนาจต่อรองจำกัด เพราะการขึ้นราคาสินค้าเพื่อส่งผ่านต้นทุนทั้งหมดไปยังผู้บริโภคไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังซื้อภาคก่อสร้างยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ขณะที่ความเสี่ยงด้านวัตถุดิบยังคงอยู่ต่อเนื่อง

ภาพที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงปัญหาราคาวัตถุดิบแพงขึ้น แต่กำลังสะท้อนจุดเปราะบางของอุตสาหกรรมไทยที่ยังเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานและพลังงานจากต่างประเทศอย่างมาก โดยสถานการณ์จริงในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569 SCGC ยังต้องติดตามการขนส่งแนฟทาผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด หลังเรือขนส่งแนฟทา 55,000 ตันเดินทางถึงไทย ขณะที่อีกลำหนึ่งขนาด 27,000 ตันยังไม่สามารถออกจากพื้นที่ดังกล่าวได้ในขณะนั้น และบริษัทระบุว่ากำลังมองหาแหล่งจัดซื้อวัตถุดิบทางเลือก พร้อมบริหารจัดการวัตถุดิบและประสิทธิภาพการผลิตเพื่อรองรับความต้องการในประเทศ

นั่นทำให้คำถามสำคัญของอุตสาหกรรมพลาสติกไทยในวันนี้ไม่ใช่เพียงจะทำอย่างไรให้มีเม็ดพลาสติกเพียงพอ แต่คือจะสร้างระบบวัตถุดิบที่ยืดหยุ่นกว่าวันนี้ได้อย่างไร เพราะหากวิกฤตพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์กลับมาเกิดซ้ำ การพึ่งพาวัตถุดิบจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งมากเกินไป ย่อมกลายเป็นความเสี่ยงต่อทั้งต้นทุนและความต่อเนื่องของการผลิต ขณะที่ ttb analytics เองก็แนะให้ผู้ประกอบการกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบ บริหารสต๊อกและเงินทุนหมุนเวียน รวมถึงทำสัญญาจัดซื้อระยะยาว เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน

จาก ‘เม็ดใหม่’ สู่ ‘เม็ดรีไซเคิล’ ทางเลือกใหม่ของอุตสาหกรรม

หนึ่งในแนวทางที่เริ่มเห็นชัดขึ้นคือการเพิ่มสัดส่วนการใช้วัสดุรีไซเคิลกลับเข้าสู่ระบบการผลิต โดยเฉพาะเม็ดพลาสติก PCR หรือ Post-Consumer Recycled Resin ที่นำพลาสติกใช้แล้วจากผู้บริโภคกลับมาแปรรูปเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นอีกทางเลือกในการเพิ่มความหลากหลายของแหล่งวัตถุดิบให้กับภาคอุตสาหกรรม

กรณีของกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย หรือ Dow เป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา โดยบริษัทเดินหน้าผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล PCR จากพลาสติกใช้แล้วที่เก็บรวบรวมในประเทศไทย เพื่อนำกลับมาใช้เป็นวัสดุสำหรับบรรจุภัณฑ์และการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับขยะพลาสติกและนำทรัพยากรกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน

ไทยรับมือ! เม็ดพลาสติกขาด ลุยนำขยะพลาสติกรีไซเคิล สู่เม็ด PCR คุณภาพสูง

แนวทางดังกล่าวเกิดขึ้นในจังหวะที่ความต้องการวัสดุรีไซเคิลในภาคบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากความต้องการของแบรนด์ ผู้บริโภค และแรงกดดันจากกฎระเบียบของตลาดส่งออก ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจก็ต้องการวัสดุรีไซเคิลที่ไม่ได้แลกมาด้วยประสิทธิภาพของสินค้า ทำให้คุณภาพ ความสม่ำเสมอ และการตรวจสอบย้อนกลับของ PCR กลายเป็นปัจจัยสำคัญมากขึ้น

Dow ระบุว่าได้นำพลาสติกใช้แล้วจากผู้บริโภคในประเทศไทยผ่านกระบวนการคัดสรรและผลิตด้วยเทคโนโลยีและการควบคุมคุณภาพ เพื่อยกระดับกลับมาเป็นเม็ด PCR คุณภาพสูงสำหรับการใช้งานด้านบรรจุภัณฑ์ โดยปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ REVOLOOP™ ที่ผลิตในประเทศไทยสำหรับงานฟิล์มบรรจุภัณฑ์ 2 เกรด ได้แก่ เกรดที่มีวัสดุรีไซเคิล 100% สำหรับฟิล์มยืดรัดสินค้า และเกรดที่มีวัสดุรีไซเคิล 80% สำหรับฟิล์มหดรัดสินค้าและงานเป่าฟิล์มทั่วไป

จุดสำคัญจึงไม่ได้อยู่แค่การนำขยะกลับมาใช้ใหม่ แต่เป็นการทำให้ ‘ขยะพลาสติก’ กลับมาอยู่ในห่วงโซ่การผลิตในฐานะวัตถุดิบที่มีมูลค่า โดย Dow ระบุว่าเกรด PCR ดังกล่าวได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยรักษาคุณสมบัติเชิงกล ปรับปรุงรูปลักษณ์ ลดจุดบกพร่อง และตอบโจทย์ประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์ ขณะที่ REVOLOOP™ ในภาพรวมถูกพัฒนาเพื่อเพิ่มแหล่ง PCR ที่มีคุณภาพและสม่ำเสมอให้กับผู้ผลิตและแบรนด์

ก่อนหน้านี้ Dow ยังทำงานร่วมกับผู้ผลิตฟิล์มและเจ้าของแบรนด์ในไทยเพื่อผลักดันการใช้งาน PCR ในเชิงพาณิชย์ เช่น การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ถุงยาแนวกระเบื้องร่วมกับ Saint-Gobain Weber และ Prepack Thailand ซึ่งใช้ PCR ในบรรจุภัณฑ์และยังคงคุณสมบัติด้านความแข็งแรง การป้องกันความชื้น และความทนทานตามการใช้งาน

ไทยรับมือ! เม็ดพลาสติกขาด ลุยนำขยะพลาสติกรีไซเคิล สู่เม็ด PCR คุณภาพสูง

ขณะเดียวกัน Dow และ SCGC ยังเคยประกาศความร่วมมือเพื่อพัฒนาระบบนิเวศพลาสติกหมุนเวียนในเอเชีย โดยตั้งเป้านำพลาสติกใช้แล้วมากกว่า 200,000 ตันต่อปีกลับเข้าสู่ระบบผ่านทั้งการรีไซเคิลเชิงกลและการรีไซเคิลขั้นสูงภายในปี 2573 สะท้อนว่าทิศทางของอุตสาหกรรมไม่ได้มองการรีไซเคิลเป็นเพียงกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่วัตถุดิบอุตสาหกรรม

เกมใหม่ของเม็ดพลาสติกไทย

สำหรับ ‘เอกสิทธิ์ ลัคนานิธิพันธุ์’ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายธุรกิจร่วมทุน กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย มองว่าการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน และการนำพลาสติกใช้แล้วจากประเทศไทยกลับมาเป็นเม็ด PCR คุณภาพสูง เป็นอีกกลไกในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรภายในประเทศ พร้อมสนับสนุนระบบนิเวศพลาสติกหมุนเวียนในไทยและเอเชียแปซิฟิก

หากมองให้ลึกกว่าประเด็นสิ่งแวดล้อม การขยับจากเม็ดพลาสติกใหม่ไปสู่เม็ด PCR ยังสะท้อนการเปลี่ยนโจทย์ของอุตสาหกรรมไทยจาก ‘มีวัตถุดิบให้ผลิต’ ไปสู่ ‘มีวัตถุดิบหลายทางให้เลือก’ เพราะในโลกที่สงครามสามารถทำให้เส้นทางเดินเรือสำคัญสะดุดได้ภายในเวลาไม่กี่วัน ความมั่นคงของวัตถุดิบจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวของโรงงานอีกต่อไป

วิกฤตฮอร์มูซจึงอาจเป็นบทเรียนราคาแพงของอุตสาหกรรมพลาสติกไทย แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นแรงเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน จากการพึ่งพาเม็ดพลาสติกใหม่และวัตถุดิบนำเข้า ไปสู่การสร้างระบบหมุนเวียนที่ดึงทรัพยากรในประเทศกลับมาใช้ซ้ำ หากทำได้จริง เม็ดพลาสติกรีไซเคิลจะไม่ได้มีความหมายแค่ ‘ลดขยะ’ แต่จะกลายเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนของความมั่นคงทางวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมไทย

ท้ายที่สุด วิกฤตครั้งนี้กำลังบอกชัดว่า เม็ดพลาสติกอาจดูเป็นเพียงวัตถุดิบเม็ดเล็กๆ แต่เมื่อขาดขึ้นมา สามารถสะเทือนตั้งแต่โรงงาน บรรจุภัณฑ์ ต้นทุนสินค้า ไปจนถึงราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่ายได้ทั้งระบบ ดังนั้นอนาคตของอุตสาหกรรมพลาสติกไทยจึงอาจไม่ได้อยู่ที่การหา ‘เม็ดใหม่’ ให้ได้มากที่สุด แต่อยู่ที่การสร้างระบบวัตถุดิบที่หลากหลาย ยืดหยุ่น และหมุนเวียนได้มากพอที่จะไม่ปล่อยให้วิกฤตครั้งต่อไปหยุดเครื่องจักรของประเทศ

related