เช็กอิน : ชุมพร ปรากฏการณ์ชายหาดหินสีเขียวมรกต

พบหาดหินสีเขียวมรกตสวยงามยาวกว่าครึ่งกิโลเมตรใน จ.ชุมพร พร้อมหนุนเป็นแหล่งท่องเที่ยวของท้องถิ่น

นายภูวนัย สุขชนะ ผู้ประกอบการโอทอปชุมชน และเจ้าของภูแก้วโฮมสเตย์ นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หาดพุหญ้าอ่อน อ่าวทุ่งมหา หมู่ที่ 6  ตำบลปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ตรวจสอบบริเวณชายหาดซึ่งเป็นหาดหินผสมกับหาดทรายอยู่ในอ่าวใกล้กับหมู่เกาะน้อยใหญ่มีทิวทัศน์ที่สวยงามใกล้กับชุมชนชาวประมงบ้านเกาะเตียบ โดยชายหาดดังกล่าวเป็นโขดหินน้อยใหญ่ตั้งเรียงรายอยู่จำนวนมาก ท่ามกลางน้ำทะเลใสสะอาด โดยก้อนหินแต่ละก้อนได้มีสาหร่ายสีเขียวเกาะติดอยู่จำนวนมาก มองเห็นเรียงรายทอดเป็นแนวยาวกว่าครึ่งกิโลเมตร เมื่อกระทบกับเกรียวคลื่นน้ำทะเลใสที่ซัดสาดขึ้นมาจนมองดูระยิบระยับสวยงามเป็นอย่างมาก

                

 

นายภูวนัย สุขนะ ผู้ประกอบการโอทอปชุมชน กล่าวว่าปรากฏการณ์สาหร่ายสีเขียวมรกตที่เกิดขึ้นบนแนวโขดหินทั่วทั้งชายหาดนั้นไม่เคยมีและพบเห็นมาก่อนในพื้นที่ จ.ชุมพร  และพื้นที่ตรงนี้ตั้งแต่ตนเกิดมาก็ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อ ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้เอง ได้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ลงไปเที่ยวและพบว่าก้อนหินกลายเป็นสีเขียวทั่วทั้งชายหาดและได้ถ่ายภาพมาให้ตนดู ตนจึงลงไปสำรวจพบว่ามีสาหร่ายสีเขียวมรกตเกาะอยู่บนก้อนหินทอดเป็นแนวยาวกว่าครึ่งกิโลเมตร มองดูสวยงามมากกลายเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน  หากนักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวชมหรือถ่ายภาพหาดหินเขียวมรกต จะต้องมาช่วงเวลาที่น้ำทะเลลดลง ตั้งแต่เที่ยงไปจนถึงตอนเย็นจะมองเห็นได้ชัดเจนและสวยงาม ขณะนี้ผู้นำชุมชนได้ประชุมกับชาวบ้านและผู้เกี่ยวข้องวางมาตรการดูแลรักษาความสะอาดความสมดุลของชายหาดแห่งนี้ไว้ไม่ให้เกิดมลพิษ พร้อมกับประสานไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของชุมชนต่อไป

เป็นสาหร่ายไส้ไก่สกุล

จากการตรวจสอบไปยังเพจเฟสบุ๊คของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่  พบว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นที่บริเวณหาดน้ำริน จ.ระยอง เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2558  โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตะวันออก ได้ลงตรวจสอบพบว่าเป็นสาหร่ายไส้ไก่สกุล Ulva (Enteromorpha) ซึ่งเป็นสาหร่ายสีเขียว (Division Chlorophyta) ประเภทหลายเซลล์ชนิดหนึ่ง มักพบอยู่ติดกับก้อนหินหรือวัสดุแข็งอื่นๆ ในบริเวณเขตน้ำขึ้นน้ำลง สาเหตุที่พบคาดว่าเกิดจากมีปริมาณสารอาหารจากแผ่นดิน อุณหภูมิ และแสงแดดที่เหมาะสม