
คุณค่าของเราอยู่ที่ไหน เมื่อเราอยู่ในระบบที่กำลังกลืนกินชีวิต , หนังพนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE: เมื่อโลกใบนี้คือบริษัท และเราต่างเป็นเพียงฟันเฟืองที่ชำรุด
เคยหยุดสักนาทีไหม แล้วถามตัวเองว่า “แค่นี้เองหรือชีวิต?” ตื่นขึ้น ทำงานที่ไม่ชอบ ติดกับดัก อยู่ในเมืองที่ไม่เคยนึกรัก ผ่อนรถสักคัน ซื้อคอนโดสักห้อง จ่ายภาษีให้รัฐที่ไม่เคยเห็นหัวเรา แล้วก็ตายจากไป...
แท้จริงแล้ว คุณค่าและความหมายของชีวิตคืออะไร ? และที่สำคัญที่สุด “ชีวิตที่ดี ที่น่าพอใจคืออะไรกันแน่ ?”
นี่คือคำถามที่ ‘พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE’ ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ โยนใส่คนดูอย่างเรา คราวนี้ เล่นด้วยจังหวะจริงจัง ไม่มีมุกตลกหน้าตายแบบที่เขาเคยถนัด ให้เราได้ผ่อนคลายในสารที่หนักๆของเขาอีกแล้ว
หากเปรียบภาพยนตร์ทั่วไปเป็นประโยคบอกเล่า หนัง HUMAN RESOURCE คือ “ประโยคคำถาม” ที่ชวนให้เราตั้งข้อสงสัยกับชีวิต สังคม โลกการทำงาน และการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่ง นั่นคือการพาใครสักคนมาแจ้งเกิดเป็น “พนักงานใหม่” บนโลกใบนี้ เพราะในความเป็นจริง เราทุกคนต่างล้วนเป็น “พนักงานใหม่” ของโลกใบเดิมเสมอ
เต๋อ-นวพล นวพล บอกไว้ว่าโปรเจกต์นี้เริ่มต้นจากคำถามส่วนตัวที่ว่า “ตกลงแล้วเราจะมีลูกหรือไม่?” สำหรับเขา การมีลูกเปรียบเสมือนการเชิญ “แขก” คนใหม่เข้ามาในบ้าน และนั่นทำให้เจ้าบ้านต้องหันกลับมาสำรวจบ้านตัวเองอย่างพิจารณาอย่างละเอียดว่า โลกใบนี้ รกไหม? ปลอดภัยไหม? และดีพอสำหรับแขกคนสำคัญนี้หรือเปล่า?
หนังเรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการมีลูก แต่เป็นการหันหลังกลับไปมอง “เนื้อแท้ของการมีชีวิต” แล้วถามว่าเราผ่านมันมาได้อย่างไร และมันโหดร้ายเกินไปไหมที่จะพาใครสักคนมาเดินซ้ำรอยเดิม
หนังเล่าเรื่องราวผ่านสายตาของ เฟรน (เอิงเอย-ประภามณฑล) และ เต้น (อะตอม-ชนกันต์) เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล (HR) ผู้ทำหน้าที่คัดกรอง “พนักงานใหม่” เข้าสู่บริษัท
ความขัดแย้งเงียบงันเริ่มขึ้นเมื่อ เฟรน พบว่าตัวเองตั้งครรภ์ได้ 1 เดือน เธอกำลังยืนอยู่บนทางแยก ระหว่างการเป็นแม่ในระบบทุนนิยมที่บีบคั้น กับความฝันของ เทม สามีที่อยากใช้ชีวิตในแบบที่ตั้งใจ ในขณะเดียวกัน เฟรนต้องสัมภาษณ์ จิดา (พิมมา PiXXiE) นักศึกษาจบใหม่ไฟแรงที่พร้อมจะกระโจนเข้าสู่โลกการทำงาน
ภาพยนตร์บันทึกภาพเมืองเทพฯ ในมุมที่เราคุ้นชินแต่ไม่ค่อยได้พินิจ เสียงแจ้งเตือนไลน์ที่ไม่เคยหยุด, เสียงแตรรถบนถนนที่ติดขัด, บทสนทนาจำเจเช้าวันจันทร์ ทั้งหมดนี้คือ “เสียงรบกวน” (Noise) ที่ค่อยๆ กัดกินจิตวิญญาณของคนเมือง
ประเด็นที่หนัง นำเสนอได้อย่างเจ็บแสบ คือการวิพากษ์ “ระบบทุนนิยม” ที่วัดค่าความเป็นมนุษย์ด้วย KPI มีตัวเลขดัชนีวัด ,
ตัวละคร จิดา คือภาพสะท้อนของพนักงานใหม่ที่ค่อยๆ ถูกระบบกลืนกิน จากเด็กจบใหม่ที่มีประกายตาแห่งความหวัง เธอกลายเป็นคนที่ทำงานแบบจำยอม อยู่ในกติกาที่ไม่เป็นธรรม ทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์, เข้าออกงานตรงเวลาเป๊ะ แต่กลับบ้านดึกดื่น, ฐานเงินเดือนที่สวนทางกับค่าครองชีพ
คำถามที่น่าเจ็บปวดคือ เป้าหมายชีวิตของจิดาหายไปไหน ? คำตอบคือ มันไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูก “ระบบ” บดขยี้จนแหลกเหลว และสุดท้ายก็กลืนให้เธอเข้าไป การบอกให้อดทนดูจะไม่ยุติธรรม เพราะสุดท้ายแล้ว หากคุณไม่ได้ทำตามระบบ ระบบก็พร้อมจะเขี่ยคุณทิ้ง และเดินหน้าต่อไปโดยไม่สะทกสะท้าน
ในส่วนของตัวละคร เฟรน ที่เดินเรื่อง หนังฉายภาพความกดดันของผู้หญิงที่ต้องแบกรับความคาดหวังในการเป็น “แม่ที่ดี” ในสังคมที่ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูมนุษย์สักคนพุ่งสูงจนไม่รู้จะรับมือกับมันได้อย่างไร การอยากให้ลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติดีๆ กลายเป็นโซ่ล็อกตายที่ทำให้เฟรนต้องก้มหน้าทำงานต่อไป แม้เธอจะไม่ชอบมันแค่ไหนก็ตาม
เฟรนคือตัวแทนของเสียงที่ถูกกดทับ เธออาจจะเป็นคนที่อยากให้คนอื่นพอใจ ความต้องการที่แท้จริงของเธอมักถูกมองข้าม เสียงของเธอค่อยๆ เบาลง จนท้ายที่สุดเธอเลือกที่จะ “เงียบ” เพื่อรักษาความสงบ
สิ่งที่ขมขื่นและเจ็บปวดที่สุดหลังจากดู HUMAN RESOURCE จบ คือการถูกตอกย้ำว่า เราทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของ “ความบิดเบี้ยว” นี้
เราถูกหล่อหลอมให้เชื่อใน “ชีวิตสำเร็จรูป” : เรียนจบ, มีงานทำ, ซื้อบ้าน, ซื้อรถ, แต่งงาน, มีลูก แล้วส่งลูกไปเป็นฟันเฟืองตัวใหม่ในระบบเดิม เราเรียกสิ่งนี้ว่า “ความมั่นคง” หรือ “ชีวิตที่ดี” โดยไม่เคยตั้งคำถามว่า มันดีจริงหรือ ? หรือเราเป็นเพียงซอมบี้ที่ช่วยกันพยุงระบบนี้ให้อยู่รอด?
เรายุ่งเกินกว่าจะโทรหาคนที่รัก เรามีบ้านที่เหมือนในโฆษณาแต่ไม่มีเวลาอยู่ และเรากำลังจะส่งต่อความว่างเปล่านี้ให้กับลูกหลาน
‘พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE’ ไม่ใช่หนังที่ดูแล้วจะได้รับความหวังหรือพลังใจกลับบ้าน แต่มันทำหน้าที่เป็น "เสียงในหัว" ตะโกนบอกความจริงอันน่ารังเกียจที่เราพยายามมองข้าม
นวพลไม่ได้ให้คำตอบว่าเราควรทำอย่างไร เขาเพียงแค่เปิดพื้นที่ให้เราได้ “ได้ยิน” เสียงความทุกข์ของตัวเองชัดขึ้น ท่ามกลางเสียงรบกวนของโลกใบนี้
นี่คือหนังที่ตั้งคำถามกับเราว่า ก่อนที่จะก้มหน้าก้มตาทำงานจนหมดลมหายใจ หรือก่อนที่จะพาใครสักคนมาเกิด... ลองหยุด แล้วถามตัวเองดูสักครั้งว่า
“สำหรับคุณแล้ว... ชีวิตที่ดีคืออะไร ?”.... ชีวิตเรายังมีความหมายอะไรหรือเปล่ากับระบบ ตอนนี้...
.