The Eyes of Tammy Faye : ภาพยนตร์ออสการ์ที่มีส่วนพูด นำเงินบริจาคมาใช้ส่วนตัว จนชีวิตพัง

The Eyes of Tammy Faye : ภาพยนตร์ออสการ์ที่มีส่วนพูด นำเงินบริจาคมาใช้ส่วนตัว จนชีวิตพัง

เมื่อความละโมบและปัญหาบังตา...ก็นำเงินบริจาคมาใช้ส่วนตัว The Eyes of Tammy Faye: ภาพยนตร์ออสการ์ที่เผยตัวตนแท้จริงของ Tammy Faye ซึ่งเมื่อชื่อเสียงและเงินทองหลั่งไหลเข้ามา ความตั้งใจเดิมๆ ก็เปลี่ยนไป ข้ออ้างว่าทำงานรับใช้พระเจ้า ทำให้ทั้งคู่เริ่มนำเงินบริจาคมาใช้ส่วนตัว

ประโยคนี้อาจจะเป็นกระจกสะท้อนเนื้อหาส่วนหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes of Tammy Faye ได้เลย โดยหนังเรื่องนี้พาผู้ชมไปค้นหาคำตอบว่า Tammy Faye คือใคร ? และทำไมเรื่องราวชีวิตของเธอจึงทรงพลังจนส่งให้ Jessica Chastain คว้าออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมไปครองได้สำเร็จเมื่อ 5 ปีที่แล้ว มันก็ยังเป็นเรื่องที่น่าหยิบยกมาพูดถึงในวันนี้ 

ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงชีวิตของ Tammy Faye Bakker ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในวัยเด็ก พาไปสัมผัสชีวิตที่รุ่งโรจน์ในฐานะนักเทศน์ทีวีชื่อดัง ปัญหาชีวิตคู่ ความละโมบเบื้องหลังฉากหน้าอันสวยหรู ตลอดจนคดีฉ้อโกงระดับประเทศที่สั่นคลอนวงการศาสนาของสหรัฐอเมริกา

จุดเริ่มต้นชีวิตเด็กหญิงมินเนโซตาสู่ผู้ร่วมก่อตั้งอาณาจักร PTL Network

ภาพยนตร์เรื่องนี้ย้อนกลับไปเล่าเรื่องราวตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเด็กหญิง Tamara Faye LaValley ผู้เติบโตในเมืองอินเทอร์เนชันแนลฟอลส์ รัฐมินเนโซตา เธอมีปมในใจจากการเป็นลูกติดที่เกิดจากการหย่าร้างของแม่ ซึ่งเป็นเรื่องน่าอับอายในชุมชนเคร่งศาสนา ทำให้เธอเรียนรู้ที่จะนำศาสนามาเป็นเกราะป้องกันตัวเองและพยายามทำทุกอย่างเพื่อเป็นที่รักของผู้คน

ในปี 1960 เธอได้พบกับ Jim Bakker ขณะศึกษาอยู่ที่ North Central Bible College ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 1961 และออกเดินทางเทศนาตามชุมชนคริสเตียน โดย Jim ทำหน้าที่เทศน์ ส่วน Tammy Faye ร้องเพลงและเล่นแอคคอร์เดียนประกอบการแสดง

ความสามารถด้านการสื่อสารทำให้ทั้งสองได้รับการจ้างงานจากสถานี CBN ของ Pat Robertson ให้จัดรายการเด็กและรายการ The 700 Club ก่อนที่พวกเขาสองสามีภรรยาจะแยกตัวออกมาจดทะเบียนจัดตั้งเครือข่าย PTL (Praise the Lord) Satellite Network ในปี 1974

The Eyes of Tammy Faye : ภาพยนตร์ออสการ์ที่มีส่วนพูด นำเงินบริจาคมาใช้ส่วนตัว จนชีวิตพัง
 

โดยมีองค์กรแม่คือ Heritage Village Church & Missionary Fellowship รายการ The PTL Club กลายเป็นรายการคุยโทรทัศน์ศาสนายอดฮิตที่ผสมผสานความบันเทิงกับธรรมะ มีผู้ชมติดตามมากกว่า 20 ล้านคนทั่วโลก  และขยายตัวจนกลายเป็นอาณาจักรโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมมูลค่ามหาศาล

The Eyes of Tammy Faye : ภาพยนตร์ออสการ์ที่มีส่วนพูด นำเงินบริจาคมาใช้ส่วนตัว จนชีวิตพัง

คดีฉ้อโกง PTL การนำเงินบริจาคไปใช้ส่วนตัวและชีวิตอันหรูหราฟุ่มเฟือย

เบื้องหลังฉากหน้าที่ดูสง่างาม Jim และ Tammy Faye เผยแพร่แนวคิด "Prosperity Gospel" หรือหลักธรรมแห่งความมั่งคั่ง ซึ่งส่งเสริมให้ผู้ศรัทธามองว่าความ giàuและความหรูหราคือพรอันประเสริฐจากพระเจ้า

เงินบริจาคจากประชาชนหลั่งไหลเข้ามาผ่านรายการโทรทัศน์ และนำไปสู่การสร้างสวนสนุกและศูนย์พักผ่อน Heritage USA มูลค่ากว่า 200 ล้านดอลลาร์ในเซาท์แคโรไลนา

แต่จุดเริ่มต้นของคดีฉ้อโกงเกิดจากการขายสิทธิ์ "Lifetime Partnerships" ในราคา 1,000 ดอลลาร์ เพื่อเข้าพักในโรงแรม Grand Hotel โดยสัญญาว่าจะจำกัดการขายไว้เพียง 25,000 สิทธิ์

แต่หลอกลวงขายสิทธิ์เกินไปมากถึง 66,000 ถึง 159,000 สิทธิ์ เงินบริจาคหลักล้านดอลลาร์ไม่ได้ถูกนำไปสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกตามสัญญา  แต่ถูกยักยอกไปจ่ายโบนัสส่วนตัวให้ Jim Bakker ถึง 3.4 ล้านดอลลาร์ รวมถึงปรนเปรอชีวิตความเป็นอยู่ที่หรูหราฟุ่มเฟือย เช่น บ้านหรูหลายหลัง, คอนโดริมหาดปาล์มบีช, รถยนต์ Rolls-Royce, เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว, เสื้อผ้าแบรนด์เนม และแม้กระทั่งเรือนสุนัขติดเครื่องปรับอากาศ

ความจริงทั้งหมดปรากฏขึ้นเมื่อมีการเปิดเผยว่ามีการนำเงินบริจาค PTL กว่า 265,000 ดอลลาร์ ไปจ่ายเป็น "เงินปิดปาก" ข่าวสแกนดัลชู้สาวระหว่าง Jim Bakker กับ Jessica Hahn นำไปสู่การสืบสวนโดยหน่วยงานรัฐบาล และ Jim Bakker ถูกศาลตัดสินจำคุก 45 ปี ในข้อหาฉ้อโกงและสมคบคิดในปี 1989 ส่งผลให้อาณาจักร PTL ล้มละลายในที่สุด

อีกบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์: Tammy Faye กับการโอบรับกลุ่ม LGBTQ+ และผู้ป่วยเอดส์

แม้จุดจบของ PTL จะกลายเป็นความคาว ความฉาวระดับชาติ แต่ในทางประวัติศาสตร์ Tammy Faye กลับถูกบันทึกไว้ในฐานะ บุคคลสำคัญผู้ทรงอิทธิพลทางสังคม เนื่องจากทัศนคติหัวก้าวหน้าและความเมตตาที่ก้าวข้ามอคติทางศาสนาในยุคสมัยนั้น

ท่ามกลางกระแสคริสตศาสนาอนุรักษนิยมในยุค 1980 ที่ผลักไสกลุ่มหลากหลายทางเพศ Tammy Faye กลับใช้พื้นที่สื่อทีวีของเธอแสดงออกถึงการยอมรับและโอบรับกลุ่ม LGBTQ+ อย่างเปิดเผย
เหตุการณ์สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์เกิดขึ้นในช่วงกลางยุค 1980 ขณะเกิดการแพร่ระบาดอย่างหนักของโรคเอดส์ (AIDS) ซึ่งสังคมและชุมชนศาสนาในขณะนั้นตื่นกลัวและรังเกียจผู้ป่วย

Tammy Faye ได้เปิดหน้าประวัติศาสตร์ด้วยการเชิญ Steve Pieters ศาสนาจารย์เกย์ผู้ติดเชื้อเอดส์ มาสัมภาษณ์เปิดใจในรายการ The PTL Club

เธอหลั่งน้ำตาและกล่าวต่อหน้าผู้ชมทั่วประเทศว่า "พวกเราในฐานะคริสเตียนที่ควรจะมอบความรักให้ทุกคน ทำไมเราถึงกลัวผู้ป่วยเอดส์จนไม่กล้าเข้าไปโอบกอดและบอกว่าเราห่วงใยพวกเขา" การสัมภาษณ์ครั้งนั้นได้ทำลายกำแพงอคติและสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในสังคม

ส่งผลให้เธอกลายเป็น Gay Icon และเป็นสัญลักษณ์แห่งความเมตตาที่ไม่ตัดสินใคร

[ถอดบทเรียนหน้ากากคนดี และ มรดกทางสังคมที่ Tammy Faye ทิ้งไว้ให้โลก]

การแสดงอันยอดเยี่ยมของ Jessica Chastain ใน The Eyes of Tammy Faye ถ่ายทอดตัวตนของ Tammy Faye ออกมาได้อย่างมีมิติ จนทำให้เธอได้รางวัล นักแสดงนำ ออสการ์ ในปี 2021 ทั้งสไตล์การแต่งหน้าอันเป็นเอกลักษณ์, เสียงหัวเราะ, และแววตาที่ซ่อนความประหม่าไว้ใต้รอยยิ้มหลอกตัวเอง

สาระสำคัญของเรื่องราวนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องไกลตัวของนักเทศน์ต่างชาติ แต่สะท้อน "หน้ากากคนดี" ที่ร่วมสมัยกับทุกสังคม

มันชี้ให้เห็นความน่ากลัวของการใช้ศาสนาหรือความดีงามเป็นเกราะกำบังเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน

ในขณะเดียวกัน มรดกทางความคิดของ Tammy Faye ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความจริงใจในการกอบกู้คุณค่าความเป็นมนุษย์ ถึงแม้ชีวิตคู่และอาณาจักร PTL จะพังทลายลงจากคดีฉ้อโกง 

แต่ชื่อของ Tammy Faye ไม่ได้ถูกจำจำเพียงแค่ในฐานะภรรยานักเทศน์ที่พัวพันกับการยักยอกเงิน หากแต่ถูกจดจำในฐานะหญิงผู้กล้าหาญที่ใช้เสียงของเธอสร้างสะพานแห่งความรัก ความเข้าใจ และให้ความหวังแก่ผู้คนที่ถูกสังคมปฏิเสธมาโดยตลอด

related