svasdssvasds

ถอดรหัส Medicube แบรนด์ความงามเกาหลี ระดับพันล้านดอลลาร์

ถอดรหัส Medicube แบรนด์ความงามเกาหลี ระดับพันล้านดอลลาร์

กำลังมาแรงสุดๆ สำหรับ Medicube แบรนด์ความงามจากเกาหลีที่เน้นเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้กับสกินแคร์จนเกิดเป็นกระแสที่ขายดีไปทั่วโลก แม้ไม่ได้เน้นขายสินค้าตามกระแส

SHORT CUT

  • Medicube เป็นแบรนด์ความงามเกาหลีที่ประสบความสำเร็จระดับพันล้านดอลลาร์ โดยใช้กลยุทธ์การตลาดผ่านโซเชียลมีเดียและคนดังระดับโลกในการโปรโมต
  • แบรนด์ชูจุดเด่นด้านนวัตกรรมด้วยการผสมผสานสกินแคร์เข้ากับอุปกรณ์บิวตี้ดีไวซ์ (Age-R) ที่นำเทคโนโลยีระดับคลินิกมาให้ผู้บริโภคใช้เองที่บ้าน
  • สร้างยอดขายมหาศาลผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น TikTok Shop และ Amazon รวมถึงขยายสาขาในร้านค้ากว่า 1,400 แห่งในสหรัฐฯ
  • ใช้พลังของครีเอเตอร์กว่า 34,000 คน และซีอีโอของแบรนด์ก็ลงมาทำคอนเทนต์ใน TikTok เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโดยตรงกับผู้บริโภค

กำลังมาแรงสุดๆ สำหรับ Medicube แบรนด์ความงามจากเกาหลีที่เน้นเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้กับสกินแคร์จนเกิดเป็นกระแสที่ขายดีไปทั่วโลก แม้ไม่ได้เน้นขายสินค้าตามกระแส

หากย้อนไปเมื่อช่วงเมษายนปี 2025 ตัวแม่แห่งวงการบิวตี้และแฟชั่นอย่าง Kylie Jenner ได้โพสต์วิดีโอลง TikTok ที่มีผู้ติดตามกว่า 59.7 ล้านคน โชว์ไอเทมโปรดจาก “Medicube” หลังแวะไปที่ป๊อปอัพสโตร์ใน LA พร้อมกับบอกว่าตอนนี้เธอกำลังหมกมุ่นกับ Booster Pro มาก วิดีโอนั้นมียอดไลก์พุ่งเกิน 1.6 ล้านครั้ง และทำให้ร้านป๊อปอัพมีคนแห่ไปถล่มถึง 5,000 คนในสัปดาห์เดียว

ไม่ใช่แค่ Kylie เท่านั้นที่โชว์ไอเทมเด็ดของบิวตี้แบรนด์จากเกาหลี Medicube ลงโซเชียลมีเดียส่วนตัว แต่เซเลบคนอื่นๆ ก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น Kendall Jenner, Hailey Bieber หรือ Lisa BLACKPINK ก็มีคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่าใช้ของจาก Medicube เหมือนกัน

บางคนอาจมองว่าเป็นโชคดีหรือเรื่องบังเอิญของแบรนด์ที่บรรดาเซเลบชื่อดังหยิบสินค้ามาใช้ออกสื่อ แต่ความจริงแล้วแบรนด์เองก็มีกลยุทธ์ที่เฉียบคมและการวางหมากระดับสากล

Medicube (เมดิคิวบ์) เป็นแบรนด์สกินแคร์จากเกาหลีที่เน้นการวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง จนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านเวชสำอาง โดดเด่นเรื่องการผสมผสานนวัตกรรมเข้ากับส่วนผสมที่มีคุณภาพ และสินค้าที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตอนนี้คือ Medicube Age-R Device เครื่องนวดหน้าและผลักครีม เช่น Booster Pro , Air Shot และ Derma Shot เรียกได้ว่าเป็นการนำเทคโนโลยีคลินิกมาสู่บ้านของผู้บริโภค ทำให้ทุกคนสามารถดูแลผิวในระดับผู้เชี่ยวชาญได้ด้วยตัวเอง โดยสินค้ากลุ่มนี้ก็ได้รับความนิยมในประเทศไทยอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

ตัวเลขความสำเร็จ ยอดขายถล่มทลาย

จากข้อมูลของปี 2025-2026 ถือว่ายอดขายของ Medicube ประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะในช่วง Amazon Prime Day ปีที่แล้วแบรนด์ทำยอดได้ถึง 22 ล้านดอลลาร์ และอีก 9 ล้านดอลลาร์ ในช่วง Black Friday ผ่านช่องทางออนไลน์

ไม่ใช่แค่ในออนไลน์เท่านั้นแต่ยังครองแชมป์ยอดขายรั้งอันดับ 1 ในหมวดสกินแคร์ออนไลน์ของ Ulta Beauty และขยายสาขาเข้าไปวางขายในหน้าร้านกว่า 1,400 แห่ง ทั่วสหรัฐฯ

จากยอดขายทั้งบนออนไลน์และหน้าร้านส่งผลให้ Medicube สร้างยอดขายได้อย่างมหาศาล โดยบริษัทแม่ (APR Corp) รายงานรายได้รวมปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท) โดย Medicube เพียงแบรนด์เดียวทำเงินไปถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์

ส่วนสำคัญที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จคือพลังของโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ “TikTok” เพราะแบรนด์มองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกิจ ทำให้การตลาดแบบ Affiliate มีครีเอเตอร์กว่า 34,000 คน เข้าร่วมเป็นพันธมิตร ช่วยรีวิวและสาธิตวิธีใช้เครื่องมืออย่างละเอียด จนคล้ายกับเป็นกองทัพนักขายที่แข็งแกร่ง

แม้แต่ซีอีโอของแบรนด์อย่าง Kim Byung-hoon เองก็ลงมาเล่น TikTok ในชื่อ CEOppa เพื่อตอบคำถามและอธิบายเทคโนโลยีด้วยตัวเอง สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความโปร่งใสชัดเจน

ด้วยความที่ Medicube ไม่ได้มอง TikTok เป็นแค่ที่สร้างชื่อเสียงทำให้กลายเป็นแบรนด์แรกๆ ที่บุก TikTok Shop ในสหรัฐฯ อย่างเต็มตัว จนสร้างรายได้สะสมสูงถึง 102.9 ล้านดอลลาร์

กลยุทธ์ที่ไม่เน้นการวิ่งตามกระแส

ในขณะที่แบรนด์ K-Beauty อื่นๆ มักวิ่งตามเทรนด์ Glass Skin หรือผิวฉ่ำวาว แต่ Medicube เลือกเดินหมากที่ต่างออกไป เพราะจะเน้นไปที่เทคโนโลยีหรืออุปกรณ์แนวคลินิกมากกว่า เรียกว่าเป็นการทำแบรนด์แบบไฮบริด เพราะเปลี่ยนตัวเองจากการขายเวชสำอางทั่วไป มาเป็นแบรนด์ที่รวมสกินแคร์เข้ากับอุปกรณ์บิวตี้ดีไวซ์ทำให้การดูแลผิวที่บ้านมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับการไปคลินิก

นอกจากนี้ยังเน้นการแก้ปัญหาเฉพาะจุดอีกด้วย โดย Kim Byung-hoon ซีอีโอของแบรนด์ระบุว่าผลิตภัณฑ์ของเขาเน้นไปที่ความต้องการเฉพาะทาง เช่น Zero Pore Pads และ 

Collagen Night Wrapping Mask ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริงและแชร์ลงโซเชียลได้ง่าย

แบรนด์เริ่มเดิมพันครั้งใหญ่กับไลน์ Age-R ตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่อุปกรณ์ดูแลผิวที่บ้านยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก เพราะในเกาหลีคลินิกความงามมีราคาถูกและเข้าถึงง่าย แต่ในต่างประเทศกลับตรงกันข้าม Medicube จึงส่ง Booster Pro เข้าไปตอบโจทย์ลูกค้าทั่วโลกที่ต้องการดูแลผิวระดับสูงในราคาที่เอื้อมถึง เรียกได้ว่าเปลี่ยนบ้านให้เป็นคลินิก

แม้ว่า Medicube จะส่งขายไปหลายประเทศทั่วโลกแต่แบรนด์ก็คุมคุณภาพของสินค้าเอง 100% มีโรงงานเป็นของตัวเอง ไม่มีการจ้างผลิตภายนอก ทำให้คุมมาตรฐานความปลอดภัยได้สูงสุด

และในปลายปี 2026 นี้ แบรนด์เตรียมเปิดตัวอุปกรณ์ระดับการแพทย์ (Medical-grade) สำหรับใช้ในซาลอนและคลินิกโดยเฉพาะ เริ่มต้นที่ตลาดเกาหลีเป็นที่แรก

ด้วยความที่ Medicube ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจึงส่งผลให้ ซีอีโอของแบรนด์ “Kim Byung-hoon” อดีตนักศึกษาของมหาวิทยาลัยยอนเซ ที่ประสบความล้มเหลวในการทำธุรกิจถึง 5 ครั้ง กลายเป็นเศรษฐีหน้าใหม่ของเกาหลีใต้ โดยเขามีทรัพย์สินรวมสุทธิอยู่ที่ประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์เมื่อกลางปีที่ผ่านมา และเขายังซื้อเพนต์เฮาส์ราคาสูงเป็นประวัติการณ์ในกรุงโซล ด้วยราคา 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย

สำหรับทิศทางความสำเร็จของ Medicube ในอนาคตก็ต้องจับตารอดูกันต่อไปว่าจะเดินไปในทางไหนและจะมีผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีอะไรใหม่ๆ มาให้เราได้เห็นกันอีก

อ้างอิงข้อมูล : Vogue Business, Skinlab Thailand และ Bloomberg

related