
SHORT CUT
ชวนสวมรองเท้าวิ่ง City Run เลียบคลองแสนแสบ 47.5 กม. เจาะลึกมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ จากเมืองเก่า สู่ย่านธุรกิจ ชุมชนสตรีทอาร์ต และธรรมชาติชานเมืองที่ต้องลอง
หากเอ่ยถึงคลองแสนแสบ หลายคนอาจจะนึกถึงเพียงการสัญจรทางเรือ แต่ภายหลัง กทม. ได้พลิกโฉมเส้นทางริมคลองแสนแสบให้ 'เดินได้ ปั่นปลอดภัย' อีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดเวลาการเดินทาง เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยให้กับผู้ใช้เส้นทาง
คลองแสนแสบไม่เพียงเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของกรุงเทพฯ แต่ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการออกกำลังกายโดยเฉพาะการวิ่งและปั่นจักรยาน ตามเส้นทางริมคลองจากย่านใจกลางเมืองยาวไปถึงชานเมือง
เสน่ห์ของเส้นทางวิ่งแห่งนี้คือสายน้ำที่ทอดยาวกับทัศนียภาพที่สงบร่มรื่น และวิถีชีวิตดั้งเดิม ถือเป็นทางเลือกที่เยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่
สตาร์ตจุดแรกที่ย่านประวัติศาสตร์ริมคลองใจกลางเมือง สัมผัสกลิ่นอายสถาปัตยกรรมคลาสสิกของกรุงเทพฯ ยุคก่อน วิ่งผ่านตลาดผ้าโบ๊เบ๊อันคึกคัก ได้เห็นวิถีชีวิตผู้คนที่ตื่นมาค้าขายตั้งแต่เช้ามืด เป็นจุดเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยพลังและความออริจินัลของกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อวิ่งเข้าสู่ใจกลางเมือง ทัศนียภาพจะแปรเปลี่ยนเป็นตึกสูงระดับระฟ้าและความหรูหราของย่านการค้า ทางเดินเลียบคลองช่วงนี้พาเราตัดผ่านหลังห้างสรรพสินค้าชั้นนำ สะพานข้ามคลองแนวโมเดิร์น และบรรยากาศความเร่งรีบของคนเมืองที่เดินทางด้วยเรือแสนแสบ ถือเป็นการวิ่งชมความทันสมัยในมุมมองสตรีทเลเวล
เอาใจสายไลฟ์สไตล์ด้วยเส้นทางช่วงอโศกถึงทองหล่อ จุดนี้กำแพงคอนกรีตริมคลองถูกแต่งแต้มด้วยงานศิลปะสตรีทอาร์ต (Graffiti) หลากสีสัน มีคาเฟ่เก๋ๆ และชุมชนคนรุ่นใหม่เปิดต้อนรับ เป็นช่วงที่วิ่งสนุก ถ่ายรูปสวย และได้เห็นการผสมผสานระหว่างชุมชนดั้งเดิมกับวัฒนธรรมป๊อปยุคใหม่ได้อย่างลงตัว
เข้าสู่ย่านที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง วิ่งผ่านมหาวิทยาลัยรามคำแหงและชุมชนมุสลิมดั้งเดิมริมคลอง เสียงสวดจากมัสยิด ร้านอาหารฮาลาลกลิ่นหอมเตะจมูก และรอยยิ้มของชาวบ้านสองฝั่งคลอง ทำให้การวิ่งช่วงนี้เต็มไปด้วยมิตรภาพ และความตื้นตันใจในความงดงามของสังคมพหุวัฒนธรรม
เมื่อเริ่มเข้าสู่เขตบางกะปิมุ่งหน้ามีนบุรี จังหวะของเมืองจะเริ่มช้าลงอย่างเห็นได้ชัด น้ำในคลองเริ่มใสขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ เส้นทางจะพาเราผ่านตลาดน้ำขวัญเรียม ตลาดโบราณริมคลองแสนแสบที่มีสะพานเชื่อมสองฝั่งวัด สะท้อนวิถีชีวิตผูกพันกับสายน้ำที่หาดูได้ยากในกรุงเทพฯ ยุคปัจจุบัน
ช่วงสุดท้ายของเส้นทาง 47.5 กิโลเมตร คือการวิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของธรรมชาติสุดเขตกรุงเทพมหานคร ตึกสูงหายไป แทนที่ด้วยท้องนา ทิวไม้ และอากาศบริสุทธิ์ของเขตหนองจอก บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับนักวิ่งที่ต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง พร้อมสัมผัสปอดแห่งใหม่ของเมืองหลวง
การวิ่ง City Run ไม่เพียงแต่เปิดมุมมองใหม่ แต่ยังทำให้เห็นความก้าวหน้าของ กทม. ในการพัฒนาเขื่อน ติดตั้งไฟส่องสว่าง ราวกันตก ทางลาดสำหรับรถเข็น และกล้อง CCTV ตลอดเส้นทาง เป็นการปฏิรูปทางเท้าริมคลองให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อ 'ล้อ-ราง-เรือ' ให้คนกรุงเดินทางได้อย่างปลอดภัย