คนรุ่นใหม่ต้องรู้! อายุยืนขึ้น 10 ปี เงินเกษียณต้องเพิ่ม 3.57 ล้าน

คนรุ่นใหม่ต้องรู้! อายุยืนขึ้น 10 ปี เงินเกษียณต้องเพิ่ม 3.57 ล้าน

อายุยืนขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่คือโจทย์การเงินที่ต้องวางแผนใหม่! หากมีอายุยืนเพิ่มอีก 10 ปี อาจต้องเตรียมเงินเกษียณเพิ่มถึง 3.57 ล้านบาท ขณะที่การวางแผนเงินไว้ใช้ถึงอายุ 80 ปี อาจไม่เพียงพอในวันที่คนรุ่นใหม่มีอายุยืนขึ้น

SHORT CUT

  • อายุยืนขึ้น 10 ปี เงินเกษียณต้องเพิ่ม 3.57 ล้านบาท จาก 7.13 ล้านบาท หากวางแผนใช้ถึงอายุ 80 ปี เป็น 10.70 ล้านบาท หากเผื่อถึง 90 ปี
  • ริ่มออมตอนอายุ 40 ปี ต้องเก็บเดือนละ 24,000–36,000 บาท หากต้องการมีเงินใช้ถึงอายุ 80–90 ปี ภายใต้สมมติฐานผลตอบแทนเฉลี่ย 2% ต่อปี
  • Longevity Risk กลายเป็นโจทย์สำคัญของคนรุ่นใหม่ เพราะนอกจากค่าใช้จ่ายระยะยาว ยังต้องรับมือค่ารักษาพยาบาลและการดูแลระยะยาวที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

อายุยืนขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่คือโจทย์การเงินที่ต้องวางแผนใหม่! หากมีอายุยืนเพิ่มอีก 10 ปี อาจต้องเตรียมเงินเกษียณเพิ่มถึง 3.57 ล้านบาท ขณะที่การวางแผนเงินไว้ใช้ถึงอายุ 80 ปี อาจไม่เพียงพอในวันที่คนรุ่นใหม่มีอายุยืนขึ้น

อายุยืนขึ้นอาจเป็นข่าวดีของชีวิต แต่ในอีกมุมหนึ่งกลับเป็นโจทย์ใหญ่ทางการเงิน เพราะยิ่งมีชีวิตอยู่นานเท่าไร ก็ยิ่งต้องมีเงินรองรับค่าใช้จ่ายให้นานขึ้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่เราจะมีชีวิตถึงกี่ปี แต่คือเงินที่เตรียมไว้จะอยู่กับเราไปได้นานแค่ไหน

Bnomics by Bangkok Bank เปิดข้อมูลประเด็น Longevity Risk หรือความเสี่ยงจากการมีอายุยืนกว่าที่วางแผนไว้ หลังประเทศไทยมีอายุคาดเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากธนาคารโลกระบุว่า อายุคาดเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มจากประมาณ 50.6 ปี ในปี 2503 เป็น 76.6 ปี ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นราว 26 ปีภายในเวลา 6 ทศวรรษ

 

แม้ความก้าวหน้าทางการแพทย์และระบบสาธารณสุขจะทำให้คนมีอายุยืนขึ้น แต่ในทางการเงิน นั่นหมายถึงระยะเวลาหลังเกษียณที่ยาวขึ้น และเป็นช่วงเวลาที่ต้องใช้เงินโดยไม่มีรายได้จากการทำงานเหมือนเดิม

อายุยืนขึ้น 10 ปี เงินเกษียณต้องเพิ่ม 3.57 ล้านบาท

ลองดูตัวเลขจากกรณีศึกษาของคนอายุ 40 ปี ซึ่งเริ่มวางแผนเกษียณตั้งแต่วันนี้ โดยต้องการมีค่าใช้จ่ายหลังเกษียณเทียบเท่า 20,000 บาทต่อเดือนในมูลค่าปัจจุบัน เกษียณเมื่ออายุ 60 ปี และสมมติให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่ 2% ต่อปี เมื่อถึงวัยเกษียณ ค่าใช้จ่าย 20,000 บาทในวันนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 29,719 บาทต่อเดือน

หากวางแผนให้เงินเพียงพอใช้ถึงอายุ 80 ปี จะต้องมีเงินสะสมประมาณ 7.13 ล้านบาท แต่หากเผื่อให้ใช้เงินไปจนถึงอายุ 90 ปี เงินก้อนที่ต้องเตรียมจะเพิ่มเป็นประมาณ 10.70 ล้านบาท เท่ากับว่า เพียงแค่เผื่ออายุยืนขึ้นอีก 10 ปี เงินที่ต้องเตรียมเพิ่มขึ้นประมาณ 3.57 ล้านบาท

คนรุ่นใหม่ต้องรู้! อายุยืนขึ้น 10 ปี เงินเกษียณต้องเพิ่ม 3.57 ล้าน

และหากเริ่มออมจากศูนย์ตั้งแต่อายุ 40 ปี โดยสมมติผลตอบแทนเฉลี่ย 2% ต่อปี เป้าหมายเกษียณถึงอายุ 80 ปี จะต้องออมประมาณ 24,000 บาทต่อเดือน ขณะที่หากต้องการให้เงินพอถึงอายุ 90 ปี จะต้องออมประมาณ 36,000 บาทต่อเดือน ตัวเลขดังกล่าวเป็นกรณีศึกษาเพื่อให้เห็นภาพว่า อายุที่ยืนยาวขึ้นสามารถเปลี่ยนภาระการออมเพื่อเกษียณได้อย่างมีนัยสำคัญ

ไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ

โจทย์นี้ยิ่งสำคัญเมื่อไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติคาดว่า ภายในปี 2576 ไทยจะเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด หรือ Super-aged Society และภายในปี 2583 ผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของประชากรประเทศ

นั่นหมายความว่า การวางแผนเกษียณโดยคิดว่าเตรียมเงินไว้ถึงอายุ 80 ปีก็เพียงพอ อาจไม่ครอบคลุมความเป็นจริงของคนรุ่นใหม่ที่มีแนวโน้มใช้ชีวิตยาวขึ้น

5 ความเสี่ยงที่มากับการมีอายุยืน

1. เงินอาจหมดก่อนชีวิต

ข้อมูลระบุว่า ผู้สูงอายุไทย 44.6% ไม่มีเงินออม ขณะที่ประมาณ 1 ใน 3 ยังต้องทำงานเพื่อหารายได้ และมากกว่าครึ่งของผู้ที่มีเงินออม มีเงินเก็บไม่ถึง 100,000 บาท เมื่อรายได้ลดลง แต่ระยะเวลาที่ต้องใช้เงินยาวขึ้น ความเสี่ยงที่เงินจะหมดก่อนชีวิตจึงเพิ่มขึ้น

2. ค่ารักษาพยาบาลอาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่

WTW คาดว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของค่ารักษาพยาบาลในปี 2569 อยู่ที่ 10.8% ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอย่างมาก ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเป็นอีกปัจจัยที่ต้องนำมาคิดในแผนเกษียณ เพราะการเจ็บป่วยครั้งใหญ่สามารถกระทบเงินออมที่สะสมมานานหลายสิบปี

3. อายุยืนไม่ได้หมายความว่าจะสุขภาพดีตลอดชีวิต

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่า คนไทยมีช่องว่างระหว่างอายุขัยเฉลี่ยกับช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดีประมาณ 9.5 ปี นั่นหมายความว่า แม้จะมีชีวิตยืนยาว แต่ช่วงท้ายของชีวิตอาจต้องเผชิญกับโรคเรื้อรัง ข้อจำกัดทางร่างกาย หรือการพึ่งพาผู้อื่น

4. ค่าใช้จ่ายในการดูแลระยะยาวกำลังเป็นโจทย์ใหญ่

จำนวนผู้มีอายุเกิน 80 ปีที่ต้องการความช่วยเหลือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากประมาณ 400,000 คนในปี 2560 เป็นเกือบ 2.5 ล้านคนในปี 2580 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 6 เท่า ขณะที่ครอบครัวมีขนาดเล็กลงและสมาชิกในครอบครัวต้องทำงานมากขึ้น การพึ่งพาลูกหลานเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่ใช่ทางเลือกที่มั่นคงเหมือนในอดีต

5. รายได้ลด แต่ค่าใช้จ่ายยังเดินต่อ

เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ รายได้จากการทำงานอาจลดลงหรือหายไป แต่ค่าอาหาร ที่อยู่อาศัย การเดินทาง สุขภาพ และการดูแลระยะยาวยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ความท้าทายจึงไม่ได้อยู่ที่การมีเงินก้อนใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้เงินสามารถรองรับชีวิตที่ยาวขึ้นได้ด้วย

อายุยืนต้องวางแผนให้เงินยืนยาวตาม

การรับมือกับ Longevity Risk จึงไม่ใช่แค่การเก็บเงินให้มากขึ้น แต่ต้องวางแผนให้ครอบคลุมทั้งสุขภาพ รายได้ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในช่วงหลังเกษียณ

การดูแลสุขภาพตั้งแต่ก่อนเกษียณ การคำนวณค่าใช้จ่ายในอนาคต การแยกเงินออมฉุกเฉินและเงินสำหรับค่ารักษาพยาบาล รวมถึงการออมและลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อม

ขณะเดียวกัน เครื่องมือบริหารความเสี่ยง เช่น ประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง หรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างรายได้หลังเกษียณ อาจถูกนำมาใช้ประกอบแผนทางการเงินตามความเหมาะสมของแต่ละคน

เพราะโจทย์ของคนยุคอายุยืนไม่ได้มีแค่คำถามว่า จะมีชีวิตอยู่ถึงกี่ปี แต่ต้องถามต่อว่า ถ้าเราอายุยืนขึ้นอีก 10 ปี เงินที่เตรียมไว้จะพอหรือไม่

เมื่อชีวิตอาจยาวขึ้นอีก 10 ปี เงินที่ต้องใช้ก็ยาวขึ้นตามไปด้วย และจากกรณีศึกษานี้ การยืดระยะเวลาหลังเกษียณจาก 80 ปีเป็น 90 ปี อาจหมายถึงการต้องเตรียมเงินเพิ่มอีกประมาณ 3.57 ล้านบาท

related