‘Wellness Gap’ จะเป็นปัญหาไหม ถ้าไลฟ์สไตล์สุขภาพพวกเราไม่ตรงกัน ?

‘Wellness Gap’ จะเป็นปัญหาไหม ถ้าไลฟ์สไตล์สุขภาพพวกเราไม่ตรงกัน ?

เมื่อการใช้ชีวิต หน้าที่การงานของแต่ละคนแตกต่างกันเกินไป จะส่งผลต่อมิตรภาพหรือคนรักไหม? ‘Wellness Gap’ อาจเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยอธิบายและแก้ปัญหา

SHORT CUT

  • ‘Wellness Gap’ คือช่องว่างด้านไลฟ์สไตล์การดูแลสุขภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคใหม่ในความสัมพันธ์ทั้งกับคู่รักและกลุ่มเพื่อน
  • ปัญหานี้ไม่ได้เกิดแค่เรื่องเวลาไม่ตรงกัน แต่ยังสร้างความรู้สึกกดดัน ถูกตัดสิน และทำให้ขาดกิจกรรมที่ทำร่วมกันจนเกิดความเหินห่าง
  • กุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาคือการใช้ความเห็นอกเห็นใจ ตกลงจัดสรรเวลาคุณภาพเพื่อทำกิจกรรมที่ชอบร่วมกันโดยไม่ตัดสินอีกฝ่าย

เมื่อการใช้ชีวิต หน้าที่การงานของแต่ละคนแตกต่างกันเกินไป จะส่งผลต่อมิตรภาพหรือคนรักไหม? ‘Wellness Gap’ อาจเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยอธิบายและแก้ปัญหา

ความสัมพันธ์ในวัยผู้ใหญ่นั้นเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งตารางงานที่ยุ่งเหยิง ภาระหน้าที่ที่เพิ่มขึ้น และเมื่อเทรนด์การดูแลสุขภาพหรือ ‘Wellness Culture’ เติบโตจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน แต่ทว่าสิ่งที่ดูเป็น ‘เรื่องดีต่อร่างกาย’ กลับกลายเป็น ‘อุปสรรค’ ใหม่ที่สร้างช่องว่างใน ‘ความสัมพันธ์’ ทั้งระหว่างคู่รักและกลุ่มเพื่อน

วิกฤต ‘Wellness Gap’ เมื่อนิยามการพักผ่อนเปลี่ยนไป

ในยุคที่หลายคนหันมาทุ่มเทให้กับการออกกำลังกาย แช่น้ำแข็ง หรือนับแคลอรีอย่างจริงจัง ทำให้เกิดช่องว่างที่เรียกว่า Wellness Gap หรือความแตกต่างด้านไลฟ์สไตล์สุขภาพ

โดยช่องว่างนี้จะเห็นชัดเจนเมื่อคนหนึ่งกำลังมุ่งมั่นซ้อมวิ่งมาราธอนและเข้านอนตั้งแต่สองทุ่ม ในขณะที่อีกคนยังอยากดื่มไวน์และสังสรรค์ในคืนวันศุกร์

ปัญหานี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องเวลาว่างที่ไม่ตรงกัน แต่ยังลุกลามไปถึงความรู้สึกกดดันและถูกตัดสิน ฝ่ายที่ไม่ได้อินกับการออกกำลังกายอาจรู้สึกผิดหรือรู้สึกว่าตนเองพยายามไม่พอ ในขณะที่ฝ่ายรักสุขภาพก็อาจเผลอมองว่าอีกฝ่ายละเลยตัวเอง จนกลายเป็นความเหินห่างในที่สุด

“ฉันคงจะยอมให้เขาโพสต์สถิติการวิ่งบนอินสตาแกรมได้บ้าง แต่ต้องไม่ใช่ทุกวันหรอกนะ” เอสเม่ กอร์ดอน-เครก (Esme Gordon-Craig) สะท้อนให้เห็นถึงจุดแตกหัก เมื่อเธอตัดสินใจยุติความสัมพันธ์เพราะพบว่าแฟนหนุ่มหมกมุ่นกับแอปพลิเคชันเก็บสถิติการวิ่งมากเกินไปจนทำให้เธอรู้สึกแย่

“ถ้าคุณเป็นคนที่คลั่งไคล้การดูแลสุขภาพ คุณก็ต้องระวังไม่ให้ความชอบของคุณไปตัดสินคนรักของคุณเข้า” เจฟฟ์ กุนเธอร์ (Jeff Guenther) นักบำบัดชีวิตคู่ให้คำแนะนำ พร้อมอธิบายเพิ่มว่าแท้จริงแล้วคู่รักอาจไม่ได้ทะเลาะกันเพราะเรื่องสุขภาพโดยตรง แต่มันคือเรื่องของการไม่มีเวลาทำกิจกรรมที่ทั้งคู่มีความสุขร่วมกันต่างหาก

มิตรภาพในวัยผู้ใหญ่ วงเพื่อนที่เล็กลง แต่ต้องการความลึกซึ้ง

ไม่ใช่แค่เรื่องความรัก แต่ ‘มิตรภาพในวัยผู้ใหญ่’ ก็ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดทางเวลาและไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน

ยิ่งโตขึ้นเราจะพบว่ามิตรภาพในวัยนี้เต็มไปด้วยบทสนทนาที่ค้างคา หรือการดองแชทเป็นสัปดาห์ ซึ่งไม่ใช่เพราะเพื่อนไม่รัก แต่เป็นเพราะทุกคนต่างกำลังจมอยู่กับภาระหน้าที่ของชีวิต

แม้วงเพื่อนของเราจะเล็กลง แต่ที่จริงแล้วนั่นกลับเป็นเรื่องดี เพราะความผูกพันจะยิ่งลึกซึ้งและมีคุณภาพมากขึ้น

งานวิจัยด้านจิตวิทยาชี้ชัดว่า คุณภาพของมิตรภาพในวัยผู้ใหญ่ส่งผลโดยตรงต่อความสุขและความพึงพอใจในชีวิต การมีเพื่อนสนิทที่พร้อมรับฟัง สนับสนุนทางอารมณ์ และยอมให้เราเปิดเผยความเปราะบาง จะช่วยเติมเต็มความหมายในชีวิตและเป็นเกราะป้องกันชั้นดีในวันที่เผชิญปัญหา

รักษาสมดุลความสัมพันธ์ให้อยู่รอด

กุญแจสำคัญในการรักษาความสัมพันธ์ในวัยผู้ใหญ่ คือ ‘ความตั้งใจและความเห็นอกเห็นใจ’ สำหรับคนมีคู่ที่มี Wellness Gap ควรตกลงกันให้ชัดเจนว่า นอกเหนือจากเวลาที่ทุ่มเทให้ยิมหรือการออกกำลังกายแล้ว ต้องแบ่งเวลาคุณภาพมาทำสิ่งที่ทั้งคู่ชอบร่วมกัน โดยปราศจากการตัดสิน

ส่วนในเรื่องของมิตรภาพ แม้ชีวิตจะวุ่นวายจนหาเวลาเจอกันยาก แต่การรักษาความสัมพันธ์ไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากมายเสมอไป เพียงแค่มีความสม่ำเสมอ เช่น การส่งข้อความเสียงสั้นๆ ไปไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ การให้พื้นที่และยอมรับว่าเพื่อนอาจจะยุ่งจนตอบช้า และการเปิดใจพูดคุยกันอย่างซื่อสัตย์เมื่อมีโอกาส สิ่งเล็กๆ เหล่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะช่วยประคับประคองทั้งความรักและมิตรภาพให้เติบโตอย่างมั่นคงในก้าวต่อไปของวัยผู้ใหญ่

อ้างอิงข้อมูล : GQ, PMC และ Jenhat Maker

related