
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
การเสียชีวิตของน้องแวว นางสาววิจิตรา จันทร์ตาพรม แม่ลูกหนึ่ง ตั้งศพบำเพ็ญกุศลอยู่ที่ศาลาเอนกประสงค์วัดต้นไคร้ หมู่ที่ 5 ต.ช่อแฮ อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ โดยจะทำการฌาปนกิจในวันอาทิตย์นี้ เธอเสียชีวิตด้วยอายุเพียง 35 ปีเท่านั้นและเมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา เป็นวันเกิดของน้องแวว นางสาววิจิตราฯมีเพื่อนๆ ต้องนำเค้กสำหรับจัดเลี้ยงงานวันเกิดที่นัดกันไว้ไปมอบให้เธอที่ศาลาวัดดังกล่าว เป็นเรื่องที่เศร้าใจไม่น้อยสำหรับเพื่อนๆ ญาติผู้ใกล้ชิดและคนในระแวกหมู่บ้านที่ต้องจากไปก่อนวัยอันควร
ส่วนญาติอย่างน้องหญิง นางสาวกมลชนก กองโกย อายุ 26 ปี อยู่บ้านเดียวกับน้องแวว เลขที่ 131 / 1 หมู่ 5 ต.ช่อแฮ อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ กล่าวว่า ผู้ตายมีศักดิ์เป็นน้า อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน มีสามีมีบุตร 1 คน อายุ เพียง 7 ปี น้าสาวทำงานในโรงงานเฟอร์นิเจอร์น็อคดาวน์แห่งหนึ่งในตำบล และยังทำงานให้กับกลุ่มสตรีในหมู่บ้านมีความขยันขันแข็งดูแลครอบครัว งาน และ งานสังคมในชุมชนเป็นอย่างดี ไม่ทราบว่าเวลาใดที่นางสาววิจิตรา ซื้อยามารับประทาน สั่งซื้อยาทางเว็บไซท์เฟสบุ๊คนำมาใช้ เพื่อต้องการให้ผิวขาว และเพิ่มขนาดหน้าอก ยามีลักษณะเป็นยาสมุนไพรบรรจุในแค็ปซูล รับประทานวันละ 2 เม็ด ทราบว่า รับประทานไปเห็นผลดี อาการตกขาวหาย และผิวพรรณใบหน้าสดใสขึ้นจริง จึงได้กินยาชนิดนี้อย่างต่อเนื่องแถมยังบอกต่อให้เพื่อนๆ แบ่งไปใช้ แต่เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมามีอาการใบหน้าบวม ก็ได้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแพร่ หมอบอกว่าเป็นอาการของโปรตีนรั่ว ภายหลังแพทย์จากโรงพยาบาลพบว่าเป็นโรคไตระยะเริ่มต้น จึงไปรักษาตามอาการ ก่อนที่จะเสียชีวิตผู้ตายนำตัวยาที่ใช้ไปให้หมอดู ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา น้าได้ไปโรงพยาบาลมีอาการหมดสติระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาล แต่แพทย์ได้ช่วยไว้ และหลังจากนั้นกลับมาอยู่บ้าน น้าสาวได้หมดสติอยู่ในห้องน้ำ และเสียชีวิต ท่ามกลางความเสียใจของญาติๆ
ทางด้านเภสัชกรเด่น ปัญญานันท์ เภสัชกรเชี่ยวชาญ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแพร่ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เหตุการณ์นี้คือปัญหาใหญ่ของสังคมยุคปัจจุบันที่ประชาชนสามารถเข้าถึงยาได้ง่าย ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัยมาก ขณะนี้มียาที่พยายามบอกว่าปลอดภัยเป็นยาสมุนไพรซึ่งออกตามสื่อโฆษณาจำนวนมาก และก่อนหน้านั้นทางสาธารณสุขจังหวัดแพร่ได้มีมาตรการและออกประกาศ พร้อมทั้งมีคำสั่งห้ามโฆษณายาและอาหารเสริมที่สถานีวิทยุกระจายเสียงในจังหวัดแพร่ ไปแล้วนั้น สามารถสกัดได้ส่วนหนึ่ง แต่โลกการสื่อสารมันกว้างมาก กรณีของผู้เสียชีวิตรายนี้ มาจากการหลงเชื่อคำโฆษณาแล้วไปใช้โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ จนถึงเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการร้องเรียนเข้ามายังสาธารณสุขจังหวัด จึงไม่ทราบรายละเอียดมากนัก แต่ถ้าดูตามเหตุการณ์แล้ว ยาดังกล่าวที่ผู้เสียชีวิตมีอาการบวม และ เป็นโรคไต ในที่สุดเกิดอาการไตวาย น่าจะมาจากยาสเตลอยซึ่งเป็นยาปัจจุบันที่ผู้ผลิตยานำไปแฝงไว้ในตัวยาที่จำหน่าย อย่างไรก็ตามจะต้องมีการสอบหาขอเท็จจริงเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับประชาชนรายอื่นๆ ต่อไป ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากญาติผู้เสียชีวิตได้นำปัญหาดังกล่าวร้องเรียนหรือให้ข้อมูลเข้ามายังหน่วยงานสาธารณสุขจังหวัด จะได้ทำการตรวจสอบเว็บไซท์ที่โฆษณายาเหล่านี้เป็นการด่วน เพื่อหาผู้กระทำผิดมาลงโทษต่อไป
ข่าว/ภาพ ธีรพงษ์ ธงออน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแพร่