
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน คณะทำงานคดีโครงการรับจำนำข้าว ยืนยัน จะไปรับฟังคำพิพากษาคดีรับจำนำข้าวด้วยตัวเอง วันนี้ แม้มีกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะไม่เดินทางมา ด้านกระทรวงการคลังยังเดินหน้าตรวจสอบทรพย์สินทั้งหมดอย่างต่อเนื่อง เพื่อยึดทรัพย์ให้ครบ 3.5 หมื่นล้านบาท
วันที่ 27 ก.ย.60-- เวลา 09. 00 น. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาเป็นครั้งที่ 2 ในคดีโครงการรับจำนำข้าว หลังจากรอบแรก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำเลย ไม่มาฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน คณะทำงานคดีโครงการรับจำนำข้าว กล่าวว่า ในฐานะอัยการโจทก์คณะทำงานอัยการคดีนี้ จะไปฟังคำพิพากษาแน่นอน คาดว่าองค์คณะจะทำคำวินิจฉัยกลางช่วงเช้าไว้แล้ว พอถึงเวลานัดก็ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาได้ทันที คาดว่าจะไม่เกิน 09.30 น. เพราะครั้งนี้ศาลไม่ต้องรอตัวจำเลยว่าจะมาหรือไม่ สามารถอ่านลับหลังได้เลย เพราะเคยออกหมายจับปรับนายประกันไปแล้ว ถือว่าหลบหนีประกันในชั้นศาล ซึ่งวันนี้ ต้องรอติดตามคำพิพากษาของศาลอย่างใกล้ชิด หากมีการยกฟ้อง หรือสั่งให้มีความผิด ด้วยเหตุผลใด
อย่างไรก็ตาม สำหรับผลคำพิพากษา วันนี้หากศาลชี้ว่า น.ส. ยิ่งลักษณ์ มีความผิด ศาลจะต้องออกหมายจับรอบใหม่ เพื่อนำตัวมารับผิดตามคำพิพากษา และหากเจ้าตัวจะยื่นอุทธรณ์คดี ตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฉบับใหม่หากมีการบังคับใช้แล้ว จำเลย (น.ส.ยิ่งลักษณ์) ต้องมายื่นอุทธรณ์ด้วยตนเอง ทั้งนี้ หากศาลยกคำร้องให้จำเลยไม่มีความผิด หมายจับที่เคยมีก็จะถูกยกเลิกทันที น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็สามารถเดินทางกลับได้โดยไม่มีความผิดเกี่ยวคดีดังกล่าว
ส่วนความคืบหน้าในการติดตามยึดทรัพย์เพื่อชดใช้ค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้านบาท ในส่วนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ล่าสุด นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้สืบทรัพย์เป็นบัญชีเงินฝาก 12 บัญชี ให้กรมบังคับคดียึดอายัดก่อนหน้านี้ไปแล้ว คาดว่าจะไม่มีเงินฝากหลงเหลืออยู่แล้ว โดยทรัพย์สินที่ดำเนินการสืบอยู่จะเป็นทรัพย์สิน อื่น ๆ ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยลายละเอียดได้ ซึ่งอายุความสามารถทำได้ต่อเนื่อง 10 ปี